18 เมษายน 2558

ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome)

ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome)



            ถึงแม้จะทำงานอยู่ในออฟฟิศ ที่ดูเหมือนจะสบาย เพราะไม่ต้องออกไปตากแดด แบกหามอะไรข้างนอก แต่ก็ยังไม่วายจะสร้างปัญหากวนใจด้านสุขภาพ ซึ่งเป็นผลมากจากการทำงานในท่าทางเดิมๆ ขาดการเคลื่อนไหว หรือเคลื่อนไหวร่างกายน้อยมาก ดังนั้นเราจึงควรต้องมาศึกษาดูกันนะครับว่าเราจะจัดการกับปัญหาที่บั่นทอนสุขภาพของเรากันได้อย่างไรกันบ้าง ตามมาดูกันเลยครับ มีอะไรบ้าง

โรคที่เกี่ยวข้องกับกระดูก
-         โรคกระดูกคอ
-         โรคกระดูกเอว
-         กลุ่มอาการประสาทมือชา (Carpal tunnel syndrome)
โรคที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท
-         วิตกกังวล ซึมเศร้า นอนไม่หลับ
-         กลุ่มอาการเพลียเรื้อรัง
อื่นๆที่เกี่ยวข้อง
-         อาการตาแห้ง

สาเหตุของการเกิดอาการออฟฟิตซินโดรม
ระหว่างที่ใช้คอมพิวเตอร์ไม่ใส่ใจท่าทางที่ถูกต้อง
การออกแรงที่เอวไม่ถูกต้องเป็นเวลานาน ใช้แรงมากเกินไป ท่าทางหรือตำแหน่งไม่ถูกต้อง
ทำงานเป็นระยะเวลานานเกินไป ขาดการพักผ่อน ทำให้ร่างกายอ่อนเพลียเกินไป
ขาดการออกกำลังกายเป็นระยะเวลานาน สภาพร่างกายถดถอยลง

โรคกระดูกคอ
• 7 -10 % ของผู้ที่ป่วยทั้งประเทศ เป็นโรคกระดูกคอ ประมาณ 150 ล้านคน ที่จะป่วยเป็นโรคนี้
ผู้ที่ทำงานนั่งโต๊ะหรือพนักงานออฟฟิศมีโอกาสเป็นโรคกระดูกคอมากกว่าคนที่ไม่ได้ทำงานเหล่านี้ถึง 4-6 เท่า (คนในยุคสมัยนี้ต่างใช้งานกระดูกคอของตนเองล่วงหน้าไป ก่อนไม่ต่ำกว่า 10 ปี)

10 สัญญาณเตือนการเกิดโรคกระดูกคอ
1. มีอาการมึนศีรษะ ปวดศีรษะ หรือ ปวดไมเกรน
2. มีเสียงในหูต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ หรือความสามารถในการได้ยินถดถอยลง
3. อัตราการเต้นของหัวใจไม่สม่ำเสมอ หรือมีอาการเจ็บหน้าอกคล้ายโรคหัวใจ
4. มีความดันต่ำหรือความดันสูง
5. ระบบประสาทการทำงานของอวัยวะภายในทำงานผิดไปจากเดิม
6. มีภาวะนอนไม่หลับ ฝันเยอะ ความสามารถในการจำถดถอยลง
7. ศีรษะมักจะเอนไปข้างใดข้างหนึ่ง หรือมักจะมีอาการตกหมอนอยู่เป็นประจำ
8. มักมีอาการปวดต้นคอ หลัง เอว แบบเป็นๆหายๆอยู่เป็นประจำ
9. มักจะมีประวัตินอนกรนมาเป็นเวลานาน
10. แขนและมือมักมีอาการชา ไม่มีแรง

การแยกประเภทในโรคกระดูก
1. ส่วนต้นคอ
ลักษณะเด่นคือ ต้นคอแข็งตึง รู้สึกไม่สบาย มีอาการปวด รวมไปถึงการเคลื่อนไหวติดขัด ไม่คล่องแคล่ว นับได้ว่า เป็นประเภทที่พบได้บ่อยที่สุดในโรคกระดูกคอ
2. ส่วนของรากประสาท
มือทั้งสองข้างของผู้ป่วยจะมีอาการชาและปวดร่วมด้วย ไม่มีแรงกำมือ บางครั้งแม้กระทั่งจับแก้วก็อาจไม่มีเรี่ยวแรง ถ้ามีอาการหนักมากอาจถึงขั้นปวดทั้งคืนจนไม่สามารถนอนได้
3. หลอดเลือดกระดูกคอ
อาการคือจะมีอาการปวดศีรษะไมเกรน เวียนศีรษะ หรืออาจจะแน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก ในขณะเดียวกัน ทุกครั้งที่เกิดอาการเหล่านี้จะเกี่ยวเนื่องกันกับการเคลื่อนไหวของกระดูกต้นคอด้วย
4. ไขสันหลัง
อาการหลักคือ ที่บริเวณเท้าหรือมือทั้งสองข้างของผู้ป่วยจะรู้สึกไม่มีแรง เดินเหมือนเท้าลากพื้น
5. ระบบประสาทอัตโนมัติซิมพาเทติก มักมีอาการปวดรอบดวงตา แพ้แสง มีเสียงในหู มักมีความรู้สึกว่ามีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่ในลำคอ หรือมีอาการในเรื่องของ หู ตา ปาก คอ จมูก และยังอาจมีอาการปวดศีรษะไมเกรน รู้สึกร้อนวูบวาบบนใบหน้า ลำตัว มือเท้าเย็น เหงื่อออกเยอะ หรือ มีเหงื่อออกแค่เฉพาะครึ่งลำตัว ขณะเดียวกันอาจไม่สามารถยกเท้าขึ้นได้ หกล้มได้ง่ายขณะเดิน ร่างกายมีความรู้สึกเหมือนมีบางอย่างรัดตัวอยู่

10 อาการร้ายแรงของโรคกระดูกคอเสื่อม
1. อัมพฤกษ์ (ส่วนมากเจอในผู้สูงอายุ)
2. อัมพาต
3. โรคกระดูกต้นคอประเภทหมอนรองกระดูกปลิ้นกดทับหลอดเลือด
4. นอนไม่หลับ ประสาทความรู้สึกอ่อนแอ
5. ความจำเสื่อมอย่างหนัก
6. กล้ามเนื้อบริเวณคอแข็ง จนไม่สามารถขยับเขยื้อนได้
7. ระบบประสาทอัตโนมัติบกพร่อง
8. เวียนหัวเรื้อรัง
9. มีอาการปวดที่แขน หรือไม่มีแรง
10. หูดับ

การรักษาโรคกระดูกต้นคอเสื่อม
1. การรักษาโดยวิธีการฝังเข็ม
1.1 ลมความเย็นอุดกั้นภายใน
อาการ : กล้ามเนื้อบริเวณคอแข็ง ปวดต้นคอ หัวไหล่เมื่อยๆ การเคลื่อนไหวบริเวณต้นคอรู้สึกไม่สบาย อาจส่งผลให้มือ แขน อากาชา รู้สึกเย็น ถ้าหากโดนอากาศเย็นๆจะยิ่งเป็นหนัก
1.2 การบาดเจ็บเรื้อรังส่งผลให้เลือดติดขัด
อาการ  : มีการเกิดบาดเจ็บเกิดขึ้น แล้วนั่งก้มหน้าทำงานเป็นเวลานานๆจึงทำให้บริเวณต้นคอ หัวไหล่ปวด จนกระทั่งลามไปถึงแขนและบริเวณปลายมือมีอาการชา
1.3 ตับและไตพร่อง
อาการ : บริเวณต้นคอ หัวไหล่ปวด แขนขาชาอ่อนแรง รวมถึงมีอาการหน้ามืดตาลาย หูมีเสียง เอว เข่า เมื่อยล้า
2. การรักษาโดยวิธีการนวดแบบทุยหนา
3. การรักษาโดยวิธีการใช้ยาจีน
3.1 การรักษาโดยการใช้ยาภายใน
3.2 การรักษาโดยการใช้ยาภายนอก

โรคที่เกี่ยวกับกระดูกเอว
- 80% ของผู้ใหญ่วัยกลางคนมีประวัติปวดเอว ปวดขากันทั้งนั้น
- อัตราการเกิดโรคเกือบจะเท่ากับคนเป็นหวัดเลยทีเดียว
- ประชากรที่เป็นโรคเกี่ยวกับกระดูกเอวมีมากถึง 2 ร้อยล้านคน
- จากการสถิติพบว่าปัจจุบันมีผู้ที่เป็นโรคหมอนรองกระดูกเอวกดทับเส้นประสาทถึง 15.2%

การปวดเอวนานๆ จะส่งผลเสีย ดังนี้
1. เดินไปนานๆ จะปวดขามากขึ้นจนไม่สามารถเดินต่อไปได้ ต้องหยุดพักชั่วครู่จึงเดินต่อได้
2. ปวด
3. กล้ามเนื้ออ่อนแรง
4. กระดูกสันหลังผิดรูป
5. สมรรถภาพทางเพศลดลง

การรักษาอาการปวดเอว
1. การรักษาด้วยการฝังเข็ม
1.1 ปวดเอวจากความเย็นชื้น
อาการ: ปวดหนักๆเย็นๆบริเวณเอว จะเป็นหนักขึ้นเมื่อถูกความเย็นมากระทบ หรือรู้สึกกล้ามเนื้อหดเกร็งจนนอนคว่ำไม่ได้หรือรู้สึกปวดลงขา
1.2 ปวดหลังจากการมีเลือดคั่ง
อาการแสดง : มีประวัติการใช้งานมากไปหรือบาดเจ็บ อาการหนักขึ้นเมื่อตอนตื่นนอนหรือนั่งนาน กล้ามเนื้อเอวสองข้างแข็งเกร็ง มีบริเวณเจ็บที่แน่นอน
1.3 ปวดเอวจากไตพร่อง
อาการแสดง : บริเวณเอวปวดเมื่อยแบบรำคาญ ไม่มีแรงเหนื่อยง่าย
2. การรักษาโดยวิธีการนวดแบบทุยหนา
3. การรักษาโดยวิธีการใช้ยาจีน
3.1 การรักษาโดยการใช้ยาภายใน
3.2 การรักษาโดยการใช้ยาภายนอก

การดูแลมือ
          การใช้มือเล่นเกมส์ มือจับเมาส์ การเล่นมือถือ ซึ่งจะพบมากเป็นพิเศษในยุคสมัยนี้ การใช้มือเล่นมือถือบ่อยๆหรือเป็นระยะเวลานานๆ จะส่งผลทำให้นิ้วหัวแม่มือมีอาการปลอกหุ้มเอ็นอักเสบ การใช้มือเล่นมือถือเรียกอีกอย่างว่า นิ้วล็อคและ นิ้วไกปืน เป็นอุบัติการณ์เกิดสูงมากหลังช่วงวันหยุด การใช้มือเล่นเกมส์ มักพบอาการข้อมือและนิ้วมือปวดไปถึงแขนเป็นต้น

อาการอ่อนเพลียเรื้อรัง นอนไม่หลับ
1.หัวใจและม้ามพร่อง
อาการ : ฝันเยอะตื่นง่าย ใจสั่นขี้ลืม เบื่ออาหารอ่อนเพลีย
2.อินพร่องไฟแกร่ง
อาการ : หงุดหงิดนอนไม่หลับ ใจสั่นไม่สงบ  รู้สึกปากร้อน
3.ลมปราณหัวใจและถุงน้ำดีพร่อง
อาการ : นอนไม่หลับฝันเยอะ ตกใจตื่นง่าย ถุงน้ำดีขลาดทำให้ตกใจง่าย หายใจสั้น เหนื่อยหน่าย
4.เสมหะร้อนอุดกั้นภายใน
 อาการ : นอนไม่หลับหนักศีรษะ ฝันมากแน่นหน้าอก คลื่นไส้ เรอบ่อย
5.ตับติดขัดจนเกิดไฟ
อาการ : นอนไม่หลับ ขี้โมโหขี้โกรธ ปวดเสียดชายโครงตาแดง ปากขมปัสสาวะเหลือง

วิธีการดูแลรักษาตนเอง

ท่านอนหงาย คอควรหนุนอยู่บนหมอน ไม่ให้เหลือช่องว่าง ให้ศีรษะหงายเล็กน้อยระดับความสูงขึ้นกับลักษณะร่างกายของแต่ละบุคคล ปกติอยู่ที่12-16 เซนติเมตรดังนั้นศูนย์กลางของหมอนและเรเดียนของคอและหลังที่เหมาะสมกันจึงจะสามารถรองรับส่วนโค้งของคอได้อีกทั้งยังช่วยรักษาระดับความโค้งของคอตามปกติด้วย
ท่านอนตะแคง ควรให้คออยู่บนส่วนเว้าของกลางหมอน ให้ศูนย์กลางหมอนตั้งอยู่ใน ระดับกลางของคอด้านข้าง ความสูงของหมอน ควรอยู่ระดับเดียวกับช่องว่างของหมอนกับไหล่

ท่ากายบริหารที่ทำได้ด้วยตนเอง
          ควรหาท่ากายบริหารเพื่อการผ่อนคลายแผ่นหลัง ใช้เวลาประมาณ 4 นาที การนั่งอยู่หน้าคอมเป็นเวลานานหรือนั่งทำงานต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานก่อให้เกิดอาการปวดเมื่อยแข็ง เกร็งบริเวณต้นคอ บ่าไหล่ จนอาจทำให้เกิดอาการปวดหลังได้ เมื่อท่านรู้สึกถึงอาการปวดเมื่อยและแข็ง เกร็ง บริเวณกล้ามเนื้อแล้วทำท่ากายบริหารอย่างสม่ำเสมอจะทำให้บริเวณคอบ่าไหล่ของท่านผ่อนคลาย สมองได้รับกระตุ้น และลดอาการอ่อนเพลียได้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น