เรื่องขับถ่าย ถือเป็นเรื่องใหญ่นะครับ เพราะฉะนั้นอย่าปล่อยให้ถ่ายไม่ออกในตอนเช้านะครับ เพราะอุจจาระจากลำไส้ใหญ่ที่ขับถ่ายไม่ออก
จะถูกบีบตัวขึ้นมาจากลำไส้ใหญ่ ผ่านลำไส้เล็กไปที่กระเพาะอาหาร
อุจจาระก็จะถูกดูดซึมอีกครั้งหนึ่ง ของเสียจะย้อนกลับเข้าไปที่กระแสเลือด
ดูดซึมไปยังเซลล์ เนื้อเยื่อ ไปตามอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย เพราะฉะนั้นแก๊สพิษเหล่านี้จะถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือด
เลือดจึงไม่สะอาด และถ้าเลือดไม่สะอาดไหลไปเลี้ยงทุกส่วนของร่างกาย ไหลผ่านสมอง
หัวใจ ปอด ม้าม ตับ ผิวหนัง อวัยวะเหล่านี้ก็จะได้รับแก๊สพิษด้วย และจะก่อให้เกิดผลต่างเหล่านี้
เช่น
- ก่อนเที่ยงถึงบ่ายง่วงนอนเพราะเลือดไม่สะอาดไปเลี้ยงหัวใจ
หัวใจก็จะอ่อนล้าและไม่สดชื่น
- มีกลิ่นตัว
- กลิ่นปากก็มาจากเลือดไม่สะอาดไปเลี้ยงปอด
ปอดก็จะขับออกทางผิวหนังและลมหายใจ ตัวเองอาจไม่ค่อยได้กลิ่น
แต่คนอื่นจะได้กลิ่น
เพราะฉะนั้นถ้าปล่อยไว้โดยไม่ขับถ่าย (ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการขับถ่ายคือ 05.00-07.00 น.) นานๆ เข้าเป็นเวลาหลายๆ ปี ก็จะทำให้เลือดที่ไม่สะอาดไหลผ่านไปเลี้ยงสมองและอวัยวะต่างๆ
ผลจากการเปลี่ยนอาหารการกินเป็นแบบตะวันตก การใช้ชีวิตและกิจวัตรประจำวันต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปมาก
ผู้คนจึงเจ็บป่วยด้วยโรคบางอย่าง อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ ก็เป็นหนึ่งในโรคเหล่านั้น
ซึ่งในปัจจุบันก็มีผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยจากรายงานทางการแพทย์
ให้ความสำคัญไปที่การดูแลรักษาสุขภาพรูปแบบใหม่คือ การใส่ใจในลำไส้ 90% ของความเจ็บป่วย มีต้นเหตุมาจากลำไส้
สิ่งที่มนุษย์ทุกเพศทุกวัย ต้องทำหลังจากการตื่นเช้าขึ้นมาทุกวันเป็นกิจวัตร ก็คือ อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน สระผม
เพื่อทำความสะอาดและชำระสิ่งสกปรกภายนอกร่างกาย แต่ที่สำคัญมากไม่แพ้กัน ก็คือ
การทำความสะอาดภายใน ซึ่งส่วนมากเรากลับมองข้ามไป ตั้งแต่เกิดมาจนถึงปัจจุบันเราเคยชำระล้างภายในบ้างหรือไม่
ในอดีตที่ผ่านมาอายุเรายังน้อยร่างกายยังแข็งแรง อวัยวะทุกส่วนทำงานได้ตามปกติสามารถกำจัดและขับสารพิษได้
แต่เมื่ออายุมากขึ้น สุขภาพร่างกายเสื่อมลง ระบบต่างๆ ทำงานได้ไม่เต็มที่
การกำจัดสารพิษในร่างกายของเราก็ทำงานได้น้อยลง
เพราะเซลล์ต่างๆก็เริ่มเสื่อมสภาพไปตามวัย ร่างกายเริ่มอ่อนแอ เช่น เริ่มปวดศีรษะ
ปวดเมื่อย เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย จนกระทั่งลุกลามใหญ่โตเป็นโรคร้ายเกินการควบคุม การล้างสารพิษที่ตกค้างในร่างกาย
เช่น อาหาร อากาศ น้ำ สารเคมีต่างๆ ที่เป็นพิษก็เป็นอะไรที่เราไม่ควรมองข้ามกันไปนะครับ
ตัวช่วยในการขับถ่าย
- การทานผลไม้ ผัก ที่มีกากหรือเส้นใย( Fiber) มาก
จะช่วยไม่ให้เกิดภาวะท้องผูกเพราะเส้นใยในผักและผลไม้ จะช่วยดูดน้ำไว้ในตัวอุจจาระ
ทำให้ปริมาณอุจจาระเพิ่มขึ้นและไม่แข็ง
ปริมาณอุจจาระเพิ่มขึ้นจะเร่งให้มีการขนส่งอุจจาระผ่านลำไส้เร็วขึ้น
ส่งผลให้มีการขับถ่ายอุจจาระเพิ่มขึ้นและง่ายขึ้น การดื่มน้ำมาก ๆ
- การออกกำลังกายจะช่วยให้ลำไส้ได้มีการเคลื่อนไหว
- การใช้เวลาที่เพียงพอ ไม่เร่งรีบในการถ่ายอุจจาระ
รวมทั้งการฝึกลักษณะนิสัยในการขับถ่ายอุจจาระให้เหมาะสม
- ควรทานอาหารที่ละน้อย ไม่กินอิ่มจนเกินไป
- หลีกเลี่ยงอาหารไขมันเนื่องจากไขมัน จะทำให้เกิดภาวะท้องอืด
อาหารไม่ย่อย จะเกิดเมือกไปอุดตันลำไส้ได้
- หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด กาแฟ ของดอง
น้ำอัดลม และยาที่ทำให้มีอาการท้องผูกมากขึ้น

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น