5 เมษายน 2558

Heat stroke (โรคลมแดด)

Heat stroke (โรคลมแดด)


หน้าร้อนมาถึงแบบเต็มๆตัวแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นต้องระวังเกี่ยวกับโรคลมแดดหรือ Heat stroke กันด้วยนะครับ ซึ่งสาเหตุของโรคนี้เกิดมาจากภาวะของร่างกายที่ไม่สามารถควบคุมความร้อนได้ เพราะได้รับความร้อนที่มากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังหรือเล่นกีฬา ในสภาพภาวะอากาศร้อนจัดเป็นเวลานาน และอาจเกิดขึ้นได้แม้กับผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง ความผิดปกติที่รุนแรงมากที่สุด คือ ทำให้สมองไม่ทำงาน ไม่สามารถควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆได้ เช่น ระบบประสาทส่วนกลาง การทำงานของตับ ไต รวมทั้งสูญเสียความสามารถในการควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย ทำให้อุณหภูมิของร่างกายเพิ่มสูงขึ้นผิดปกติเกิน 40 องศาเซลเซียส ซึ่งถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรักษาอย่างเร่งด่วน เนื่องจากจะมีโอกาสเสียชีวิตถึง 17-70 เปอร์เซ็นต์ 
ลักษณะอาการ ได้แก่ ตัวร้อนจัด เพ้อ หรือหมดสติ ชีพจรเต้นเร็ว ความดันเลือดลดลง ช็อก ผิวหนังแห้งและร้อน ระดับความรู้สึกตัวลดลง การทำงานของอวัยวะต่างๆ ล้มเหลว กระสับกระส่าย เอะอะ ก้าวร้าว หมดสติ เกร็ง ชัก โดยกลไกการทำงานของร่างกายหลังจากที่ได้รับความร้อนจะมีการปรับตัวโดยส่งน้ำหรือเลือดไปเลี้ยงอวัยวะภายใน เช่น สมอง ตับ และกล้ามเนื้อ เป็นต้น ทำให้ผิวหนังขาดเลือดและน้ำไปหล่อเลี้ยงจึงไม่สามารถระบายความร้อนออกจากร่างกายได้ทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น ตัวร้อนจัดขึ้นเรื่อยๆ
จุดสังเกต ของโรคนี้คือ ไม่มีเหงื่อออก ตัวร้อนจัดขึ้นเรื่อยๆ ผู้ที่เป็นจะกระหายน้ำมาก ปวดศีรษะ มึนงง วิงเวียน คลื่นไส้ หายใจเร็ว อาเจียน ต่างจากการเพลียแดดหรือเป็นลมแดดทั่วไปที่จะพบมีเหงื่อออกด้วย เมื่อเกิดอาการดังกล่าวจะต้องหยุดพักทันที ถ้าไม่ได้รับการดูแลรักษาทันท่วงที จะทำให้เสียชีวิตได้
การรักษา ให้นำผู้ที่มีอาการเข้าในที่ร่มโดยทันที จากนั้นให้นอนราบ ยกเท้าสูง เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ถอดเสื้อผ้าออก ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหรือน้ำแข็งประคบตามซอกตัว คอ รักแร้ เชิงกราน ศีรษะ ร่วมกับการใช้พัดลมช่วยเป่าระบายความร้อน หรือเทน้ำเย็นราดลงบนตัวเพื่อลดอุณหภูมิของร่างกายให้ต่ำลงโดยเร็วที่สุด และรีบนำส่งโรงพยาบาลในทันทีเพื่อให้ได้รับการรักษาโดยเร็วที่สุด ในรายที่มีอาการยังไม่เป็นมากควรให้ดื่มน้ำเปล่าธรรมดามากๆ
สิ่งกระตุ้น ที่ทำให้เกิดอันตรายจากอากาศร้อนจัด ได้แก่ การขาดการปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศร้อน
ประชาชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงร่างกายขาดน้ำได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ เนื่องจากร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ดีเท่าคนหนุ่มสาว ผู้ที่มีโรคประจำตัวได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง ที่ต้องกินยาควบคุมความดัน เช่น ยาขับปัสสาวะ ซึ่งมีผลขับสารโซเดียมออกจากร่างกาย ทำให้มีโอกาสเกิดความผิดปกติของระดับเกลือแร่ได้เร็วกว่าผู้อื่น รวมทั้งผู้ที่เป็นโรคอ้วน หรือผู้ที่อดนอน เนื่องจากจะทำให้ร่างกายตอบสนองต่อความร้อนที่ได้รับช้ากว่าปกติ ส่วนผู้ที่ดื่มสุราหรือเบียร์ ร่างกายจะมีโอกาสสูญเสียน้ำและเกลือแร่สูงกว่าผู้ที่ไม่ได้ดื่ม เพื่อขับแอลกอฮอล์ออกจากร่างกาย
นอกจากนี้ยังควรให้ความระมัดระวังในรายที่เป็นคนอ้วนให้มากด้วย เนื่องจากคนอ้วนจะมีไขมันที่ผิวหนังมาก ซึ่งทำหน้าที่คล้ายฉนวนกันความร้อน ทำให้คนอ้วนสามารถเก็บความร้อนได้ดี ขณะที่การระบายความร้อนออกทำได้น้อยกว่าคนทั่วๆ ไป นอกจากนี้บริเวณผิวหนังที่มีไขมันมากมักมีต่อมเหงื่อน้อยลงด้วย ดังนั้น คนอ้วนจึงมีโอกาสเกิดปัญหาได้ง่าย
การปรับสภาพร่างกายเพื่อป้องกันอันตรายในช่วงที่มีอากาศร้อนที่สำคัญที่สุดคือ การดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ ซึ่งโดยปกติควรจะดื่มน้ำให้ได้ 2 ลิตรต่อวัน ในกรณีของการทำงานในที่ร่มควรดื่มอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว เพราะผู้ที่ดื่มน้ำไม่เพียงพอ นอกจากจะไม่ดีกับสุขภาพแล้ว ก็จะทำให้ไม่สามารถปรับตัวให้สู้กับอากาศร้อนได้ เพราะน้ำจะเป็นตัวช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย ซึ่งปกติร่างกายจะพยายามปรับอุณหภูมิของร่างกายให้อยู่ที่ 37 องศาเซลเซียส และการดูว่าร่างกายจะได้รับน้ำเพียงพอหรือไม่ ให้ดูจากสีของปัสสาวะนะครับ ถ้าหากว่ามีสีเหลืองจางๆ นั่นแสดงว่าได้รับน้ำเพียงพอ แต่ถ้าปัสสาวะสีเข้มขึ้น และปัสสาวะออกน้อย แสดงว่าคุณดื่มน้ำได้น้อยเกินไป ส่วนการออกกำลังกายในช่วงหน้าร้อนก็สามารถกระทำได้ แต่ต้องค่อยๆ ออกกำลังกาย และเพิ่มระยะเวลาการออกกำลังกายขึ้นเรื่อยๆ
ในต่างประเทศ เช่น สหรัฐ จะมีรายงานข่าวการเสียชีวิตเนื่องจากโรคนี้ประมาณปีละ 371 ราย สำหรับในบ้านเราอาจจะพูดถึงน้อยมาก แต่ผู้เสียชีวิตโดยส่วนใหญ่ในบ้านเรา มักจะเกิดกับผู้สูงอายุ ซึ่งเราก็จะไปมองว่าเป็นการเสียชีวิตเนื่องจากหัวใจวาย การทำงานของหัวใจล้มเหลวไป
การป้องกัน ง่ายๆก็แค่ดื่มน้ำให้มากๆ หรือจิบน้ำบ่อยๆ เพื่อให้ร่างกายได้ปรับอุณหภูมิ หรือลดอุณหภูมิในร่างกายให้เย็นลงได้ ในคราวที่ต้องเจอกับสภาวะอากาศร้อน(ถึงร้อนมาก)อย่างเช่นในปัจจุบันนี้นะครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น