25 สิงหาคม 2554

จะเริ่มต้นฝึกเวท (Weight Training)...อย่างไรดี?

          
          เพื่อทำความเข้าใจ.ให้กับผู้ที่เพิ่งเิ่ริ่มออกกำลังกายหรือสนใจเรื่องการออกกำลังกาย วันนี้ผมจะมาแนะนำให้ทราบว่า การที่คนเราจะมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงในทางการแพทย์ หรือวิทยาศาสตร์การกีฬาเราจะต้องมีองค์ประกอบ 3 ประการด้วยกัน คือ
  1. ความฟิตหรือความแข็งแรงของระบบหัวใจ การไหลเวียนของโลหิต และระบบการหายใจ ปอด (Cardiovascular Fitness หรือ Aerobic Fitness)
  2. ความฟิตหรือความแข็งแรงของระบบกล้ามเนื้อและกระดูก (Musculo Skeletal Fitness) หมายถึงการมีกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมี ความแข็งแรง สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ อย่างดี
  3. ความฟิตของระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกาย (Metabolic Fitness) หมายถึงอวัยวะต่าง ๆ ที่สำคัญของร่างกายทำงานได้ดี มีประสิทธิภาพ เช่น ตับ ไต ระบบทางเดินอาหาร
         และในวันนี้ผมจะขอกล่าวถึงวิธีการเสริมสร้างความฟิตหรือความแข็งแรงของกล้ามเนื้อของคนเรา ซึ่งเป็นวิธีการง่าย ๆ ที่ทุกคนสามารถกระทำได้ ไม่สิ้นเปลืองอะไร เพื่อให้ทุกท่านได้ทราบถึงประโยชน์ของการออกกำลังกายว่าทำแล้วเราจะได้อะไรหรือหากไม่ทำจะมีผลเสีย อย่างไร ?


การเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายที่เราควรทราบ

          การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในองค์ประกอบที่สำคัญภายในร่างกายของมนุษย์ที่เราจะพูดถึง ได้แก่ กล้ามเนื้อ ไขมัน อวัยวะต่าง ๆ และกระดูก โดยจะขอเน้นที่ 2 ส่วน คือ ไขมันและกล้ามเนื้อ ในร่างกายของมนุษย์ เมื่ออายุมากขึ้นเรื่อย ๆ จาก 30 ปีขึ้นไป สัดส่วนของกล้ามเนื้อในร่างกายจะค่อย ๆ น้อยลง โดยเฉพาะท่านที่ไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ มีอาชีพนั่งโต๊ะทำงานเป็นส่วนใหญ่ และสัดส่วนของไขมันในร่างกายจะมีปริมาณมากขึ้นแม้ว่าท่านที่สามารถควบคุมน้ำหนักให้อยู่เกณฑ์เท่าเดิมมาโดยตลอดก็ตาม ซึ่งมักจะค่อนข้างยาก เพราะเมื่อเราอายุมากขึ้น กิจกรรมการใช้แรงก็น้อยลงจากเดิม แม้ว่าเรารับประทานเท่าเดิมหรือมากกว่าเดิม แต่เมื่อเราอายุมากขึ้นน้ำหนักก็จะมากขึ้นตามไปด้วย และสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นไปก็ คือ พวกไขมันซึ่งมีส่วนในการเผาผลาญพลังงานภายในร่างกายของเราน้อยกว่าส่วนที่เป็นกล้ามเนื้อ เนื่องจากกล้ามเนื้อเป็นเนื้อเยื่อในร่างกายที่มีการใช้พลังงาน (จากอาหารที่เรารับประทานเข้าไป) มากที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับเซลล์หรือเนื้อเยื่ออื่น ๆ ยิ่งถ้าหากกล้ามเนื้อ มัดใดหรือส่วนใดมีการใช้งานมากจากที่คนคนนั้นมีความกระฉับกระเฉงมาก หรือมีการออกกำลังกายโดยใช้กล้ามเนื้อส่วนนั้น ๆ มากขึ้น ยิ่งจะเป็นการเผาผลาญพลังงาน ได้มากขึ้นไปอีก ดังนั้นหากเราสามารถควบคุมหรือ สร้างความฟิตหรือความแข็งแรงของกล้ามเนื้อได้มากเท่าใด เราก็จะมีกล้ามเนื้อสำหรับใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โอกาสที่เราจะมีสัดส่วนที่เป็นไขมันในร่างกายสูงกว่ากล้ามเนื้อก็ลดลงไป ความคล่องแคล่วคล่องตัวของเราเมื่ออายุมากขึ้นก็จะมีสูงกว่า คุณภาพชีวิตย่อมดีกว่าคนอื่น ๆ อย่างแน่นอน


การเสริมสร้างความฟิตหรือความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

          เราสามารถเสริมสร้างความฟิตหรือความแข็งแรงของกล้ามเนื้อได้อย่างง่าย ๆ ไม่มีความยุ่งยาก ใด ๆ ขอให้ท่านมีความเข้าใจและมีความตั้งใจที่จะทำเพราะเห็นว่ามีประโยชน์ต่อตัวท่านทั้งในระยะใกล้และในระยะยาวอย่างแน่นอน


วิธีเสริมสร้างความแข็งแรง (Strength) และความบึกบึน (Endurance) ของกล้ามเนื้อมีอยู่ 2 วิธีใหญ่ ๆ คือ


  1. Calisthenics Exercise หมายถึง การออกกำลังกายที่เราใช้น้ำหนักตัวของเราเป็นแรงต้าน(Body Weight) เช่น การวิดพื้น (Push-ups) การ Sit-ups เป็นต้น ข้อดีของวิธีนี้ คือ ไม่ต้องลงทุนซื้ออุปกรณ์ สามารถทำได้ทุกแห่งหน และเป็นวิธีที่ค่อนข้างง่ายไม่ยุ่งยากที่จะทำ ส่วนข้อเสียก็มี ได้แก่ อาจจะน่าเบื่อ มีการใช้กล้ามเนื้อเป็นบางมัดเท่านั้น และหากท่านมีน้ำหนักตัวมาก อาจจะทำให้ไม่สามารถแบกรับน้ำหนักได้ขณะทำ
  2. Weight Training Exercise หมายถึง การออกกำลังกายที่เราต้องการสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงมากขึ้น โดยใช้อุปกรณ์เป็นแรงต้านที่มีน้ำหนักขนาดต่าง ๆ กันออกไป เช่น การยกก้อนน้ำหนัก (Dumbbells หรือ Handheld Weights) การใช้เครื่องมือพวก Weight Training Machine ที่เราพบเห็นใน Fitness Center ต่าง ๆ หรือในบางบ้านที่สนใจการสร้างเสริมความแข็งแรงสมบูรณ์ของกล้ามเนื้อ ก็อาจมีไว้ประจำบ้านเลยก็มี ในบางกรณีอาจมีการใช้ยางยืดที่มีความตึงตัวที่แตกต่างกัน (Resistance Rubber Band) ก็ถือว่าเป็น Weight Training Exercise ได้เหมือนกัน
          สำหรับข้อดีของการใช้ดัมเบลหรือตุ้มน้ำหนัก ได้แก่ ซื้อหาได้สะดวก เริ่มจากน้ำหนักน้อย ๆ แล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้น สามารถทำที่บ้านหรือนำติดตัวไปทำที่อื่น ๆ ได้ ซึ่งตรงข้ามกับ Weight Training Machine ที่มีขนาดใหญ่ ราคาแพงขึ้นหากจะซื้อไว้ใช้เองในบ้าน บางครั้งท่านจำเป็นต้องอาศัยครูสอนวิธีที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ

ผมคิดว่าหลายๆท่านพอจะเข้าใจเหตุและ ผลในการที่คนเราต้องคอยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะเมื่อเราอายุมากขึ้นเรื่อย ๆ และวิธีการทำก็ไม่มีความยุ่งยากอะไรมาก และโปรดเข้าใจตรงกันว่า ไม่มีใครคนใดหรือยาวิเศษ และอาหารเสริมใด ๆ ที่จะทำให้ กล้ามเนื้อของท่านแข็งแรงขึ้นมาได้ หากท่านไม่ลงมือกระทำ

11 สิงหาคม 2554

ออกกำลังกาย...ให้อะไรมากกว่าที่คิด

ออกกำลังกาย...ให้อะไรมากกว่าที่คิด
          

          
          หลายๆท่านคงจะทราบกันแล้วว่าผลของการออกกำลังกายไม่ใช่แค่ทำให้เรามีรูปร่างและบุคลิกภาพที่ดีเท่านั้น แต่ยังส่งผลลัพธ์ต่างๆ มากมายกว่าที่เราคิด วันนี้ผมจะพาทุกๆท่านไปทำความเข้าใจให้แจ่มแจ้งกันเลยว่า..."การออกกำลังกาย...ให้อะไรมากกว่าที่คุณคิด"

ผลของการออกกำลังกายต่อระบบกล้ามเนื้อและกระดูก


-  เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
-  เพิ่มขนาดของกล้ามเนื้อ (สำหรับคุณผู้หญิงก็ไม่ต้องกลัวนะครับ เพราะมีโอกาสเกิดได้ยากมาก เพราะในเพศหญิงไม่มีฮอร์โมนเหมือนเพศชาย ที่มีผลต่อการเพิ่มขนาดของกล้ามเนื้อ)
-  เพิ่มความทนของกล้ามเนื้อต่อการล้า
-  ป้องกันการบาดเจ็บและภาวะความเจ็บป่วยของข้อต่อชนิดต่างๆ โดยเพิ่มความแข็งแรงที่กล้ามเนื้อและเอ็นรอบข้อต่อให้ลดแรงกดและแรงกระแทกที่ข้อต่อต่างๆ
-  เพิ่มความแข็งแรงของกระดูก โดยการเพิ่มความหนาแน่นของเนื้อกระดูก ซึ่งช่วยป้องกันภาวะกระดูกพรุน

ผลของการออกกำลังกายต่อระบบหัวใจและการไหลเวียนโลหิต

-  เพิ่มสมรรถภาพหัวใจ
-  ลดความดันโลหิต
-  ลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด
-  เพิ่มไขมันชนิดดี HDL ( High Density Lipoprotein คือ ไขมันที่มีความหนาแน่นสูง เป็นไขมันที่ดีสำหรับหลอดเลือดแดงเพราะจะป้องกันไม่ให้ไขมันที่ไม่ดี คือ โคเลสเตอรอล, ไตรกลีเซอไรด์ และ LDL ไปพอกสะสมในหลอดเลือดแดง ถ้ามีระดับ HDL ในเลือดต่ำ ก็จะเพิ่มโอกาส เพิ่มปัจจัยเสี่ยงในการเกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง เช่น โรคหลอดเลือดสมองหรือ หลอดเลือดหัวใจตีบ เป็นต้น ระดับปกติในผู้ที่ยังไม่เป็นโรคหลอดเลือดแดงแข็งควรจะไม่ต่ำกว่า ๔๐ มก./ดล. ระดับ HDL ในเลือดของคุณอยู่ในระดับสูงกว่าปกติ ซึ่งเป็นผลดี) ที่ลดการเกาะจับคอเลสเตอรอลที่เส้นเลือด

ผลของการออกกำลังกายต่อด้านอื่นๆ

-  ควบคุมน้ำหนักและลดไขมันส่วนเกิน
-  เพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย
-  เพิ่มปริมาณการหลั่งสารเอนโดฟิน ซึ่งกระตุ้นให้ร่างกายสดชื่น จิตใจสบาย
-  กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สมรรถภาพร่างกายที่ดี ประกอบไปด้วยองค์ประกอบ 3 ส่วน คือ

1. หัวใจที่แข็งแรง

2. กล้ามเนื้อแข็งแรง

3. กล้ามเนื้อและข้อต่อมีความยืดหยุ่นดี

          ดังนั้นโปรแกรมการออกกำลังกายที่ดีจึงจำเป็นต้องมีส่วนช่วยให้เกิดผลครบทั้ง 3 ประการอย่างองค์ประกอบข้างต้นนะครับ

ดังนั้นเพื่อให้ร่างกายและหัวใจมีความแข็งแรงเพิ่มมากขึ้นจึงควรยึดหลัก F.I.T.T.

Frequency : ความบ่อยในการออกกำลังกายควรอยู่ประมาณ 3-5 ครั้ง / สัปดาห์
Intensity : การควบคุมความเหนื่อยให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม ไม่เหนื่อยน้อยเกินไปหรือมากเกินไป
Time : ระยะเวลานานต่อเนื่องอย่างน้อย 30 นาทีขึ้นไป
Type : ชนิดของกิจกรรม เช่น เดิน วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน (Cardio Training)

Intensity : ความเหนื่อยคืออะไร

          คือการออกกำลังกายแล้วทำให้หัวใจบีบตัวเพื่อส่งเลือด(ซึ่งก็คือพลังงาน)ไปเลี้ยงร่างกาย ซึ่งการออกกำลังกายจะทำให้หัวใจบีบตัวหรือปั๊มตัวถี่มากขึ้นเพื่อส่งเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ และ "อัตราการเต้นของหัวใจที่สูงขึ้น" นี่เอง ที่ทำให้เรารู้สึกเหนื่อยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งหน่วยวัดอัตราการทำงานของหัวใจและร่างกายจะใช้เป็น "ครั้ง / นาที" โดยค่าที่แสดงสภาวะความแข็งแรงของร่างกายในแต่ละบุคคล สามารถบอกได้แม้แต่ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน


อัตราการเต้นหัวใจขณะพัก ปกติ 60 -80 ครั้ง / นาที

การหาค่าความเหนื่อย

ขั้นตอนที่ 1

อัตราการเต้นหัวใจสูงสุด (Max.HR) = 220 - อายุ

ขั้นตอนที่ 2 คำนวณเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์จาก Max.HR

> 85 - 100 %  - เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับนักกีฬา

76 - 85  %   - เพื่อเพิ่มสมรรถภาพหัวใจ

65 - 75  %   - เพื่อลดไขมันส่วนเกิน

         
          และที่สำคัญหลังจากคุณออกกำลังกายเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่าลืมยืดกล้ามเนื้อด้วยในทุกๆ ครั้งนะครับ เพราะนอกจากจะทำให้ร่างกายของคุณคลายความเมื่อยล้าจากการทำงานของกล้ามเนื้อที่หดตัวแล้ว ยังจะช่วยทำให้ร่างกายของคุณมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ซึ่งนอกจะส่งงผลให้ไม่เกิดความเมื่อยล้าแล้วยังช่วยให้ร่างกายของคุณเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วว่องไวมากยิ่งขึ้นอีกด้วยนะครับ


          นอกจากนี้การออกกำลังกายยังทำให้เรามีจิตใจที่ดี มีน้ำหนักและเปอร์เซ็นต์ไขมันที่ได้เกณฑ์แล้วยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคภัยต่างๆ ซึ่งนี่แหละครับที่เค้าถือว่า "การไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ" เพราะคุณก็จะได้ไม่เสียเงินไปกับค่ารักษาพยาบาล คิดดูแล้วกันนะครับว่าถ้าคุณทำงานมาอย่างยากลำบาก เพื่อจะได้เก็บเงินไว้ไปทำอะไรๆ อย่างที่ใจต้องการ แต่ถ้าคุณเกิดเจ็บป่วย ไม่สบาย คุณก็ต้องนำเงินก้อนนั้นมาเป็นค่ารักษาพยาบาลแทน ที่นี้ฝันอะไรๆ ที่คุณวาดไว้ก็ไม่ต้องพูดถึงกันแล้วล่ะครับ Keep Fitting กันดีกว่านะครับทุกท่าน ^^