โรคใหม่ที่คุณควรรู้นี้
เป็นผลจากสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป จากการที่เรายอมให้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตกับเรามากขึ้นเรื่อยๆ และถึงแม้จะใช้คำว่าฮิต
แต่คุณก็ไม่ควรที่จะฮิตไปตามมันนะครับ เพราะมันเป็นโรคที่ไม่ควรที่จะเกิดขึ้น
แต่เราก็สามารถที่จะป้องกันได้นะครับ โดยข้อมูลนี้มาจากสถาบันสื่อเด็กและเยาวชน ซึ่งได้นำข้อมูลมาอธิบาย
ถึง 5 โรคฮิตของคนติดจอ ก็คือ โรคซึมเศร้าจากเฟซบุ๊ค,โรคละเมอแชต,โรควุ้นในตาเสื่อม,โรคโนโม,โฟเบีย,โรคสมาร์ทโฟนเฟซ
ไว้ดังนี้ครับ
1.โรคซึมเศร้าจากเฟซบุ๊ค (Facebook Depression Syndrome)
อาการนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคุณคลุกติดอยู่แต่หน้าจอ
จิ้มๆ กดๆ คุยกับคนในโลกออนไลน์ จนกลายเป็นการเพิกเฉยต่อคนในโลกจริง
นั่นเพราะเฟซบุ๊คได้สร้างความเป็นจริงเทียม (artificial reality) ขึ้นมา
จากการโพสต์แต่เรื่องดีๆ แต่เก็บงำเรื่องร้ายๆ แย่ๆ ที่อยากปกปิดเอาไว้
เราถึงเห็นแต่คนที่มีชีวิตสมบูรณ์แบบในโลกเสมือนจริงเต็มไปหมด เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับตัวเอง
จึงทำให้เกิดความรู้สึก "ไร้ค่า" ในตัวเองขึ้นมา
2.ละเมอแชต (Sleep-Texting)
อาการนี้ก็คือ
ถึงแม้เราจะนอนแต่ก็ยังลุกขึ้นมาพิมพ์เหมือนกับคนละเมอนั่นเอง
สาเหตุก็มาจากพฤติกรรมติดสมาร์ทโฟนเกินเหตุ กระทบมาถึงระบบการทำงานของร่างกาย
ทำให้สะสมความเครียด เสี่ยงเป็นโรคอ้วน ฝันร้าย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการเรียนและการทำงานได้
3.โรควุ้นในตาเสื่อม
หากเมื่อไหร่ที่คุณเริ่มมองเห็นหยากไย่
ตาข่าย หรือเส้นอะไรวนไปวนมาเหมือนยุง ปัดเท่าไรก็ไม่โดนสักที นี่คืออาการของโรค
"โรควุ้นในตาเสื่อม" นะครับ โดยในปัจจุบันนี้พบคนอายุน้อยๆ เป็นโรคนี้กันมากขึ้น
ซึ่งสาเหตุหลักๆ ก็หนีไม่พ้นไปจากพฤติกรรมที่เกิดจากการแชตทั้งวันนั่นแหละครับ
พอรู้สึกปวดตาก็คิดว่าคงไม่เป็นอะไร จนสุดท้ายก็เหมือนข้างต้นไปแล้ว โดยวิธีป้องกันก่อนเป็นโรควุ้นในตาเสื่อมก็ไม่ยากเลย
แค่รู้จักพักสายตา มองไปในที่ไกลๆบ้าง
4.โนโมโฟเบีย (Nomophobia)
แปลกันตรงๆตัวก็คือ “โรคกลัวไม่มีมือถือใช้” ซึ่งจัดเป็นโรคทางจิตเวชประเภทหนึ่งที่จัดอยู่ในกลุ่มวิตกกังวล
หมกมุ่นอยู่กับการเช็คข้อความในมือถือ หรือใช้เวลาพูดคุยกับเพื่อนในโลกออนไลน์มากกว่าเพื่อนที่อยู่ตรงหน้าชัดๆเสียอีก
ดังนั้นใครที่มีอาการอย่างที่ว่า ก็ต้องระวังปัญหาสุขภาพให้มากๆ โดยเฉพาะปัญหานิ้วล็อก
ปวดตา ปวดเมื่อยคอ บ่า ไหล่ หมอนรองกระดูกเสื่อมก่อนวัยอันควร
เพราะการนั่งผิดท่าเป็นเวลานานๆ รวมทั้งอาการนอนไม่หลับ
และโรคอ้วนที่เกิดจากมัวแต่นั่งเล่นมือถือนานๆ แบบไม่ลุกไปไหนด้วยนะครับ
5.โรคสมาร์ทโฟนเฟซ (Smartphone face)
อาการนี้เกิดจากการที่เราก้มลงมองหน้าจอ
หรือจ้องสมาร์ทโฟน แท็บเล็ตเป็นเวลานานเกินไป ทำให้กล้ามเนื้อคอเกิดอาการเกร็งและไปเพิ่มแรงกดบริเวณแก้ม
ทำให้เส้นใยอิลาสติกบนใบหน้ายืด จนแก้มบริเวณกรามย้อยลงมา
แถมกล้ามเนื้อบริเวณมุมปากก็จะตกไปทางคางด้วย จนใบหน้าอาจดูผิดแปลกไปจนน่ากลัว
เป็นอย่างไรบ้างครับ
สำหรับโรคต่างๆที่เรานำมาเสนอทั้งหมดนี้ รู้สึกทำให้คุณๆกลัวหรือวิตกกันบ้างหรือเปล่าครับ
ถ้าใช่ วิธีการป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้น คุณคงรู้กันดีนะครับ ว่าต้องทำยังไง
ที่มา: หนังสือพิมพ์บ้านเมือง

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น