เกาะกระแสอาหาร "Clean food"
กำลังเป็นกระแสที่น่าจับตามองอยู่ไม่น้อยเลยนะครับสำหรับอาหารประเภท
Clean food หลังจากที่อาหารชีวจิตเริ่มซา อาหารมังสวิรัติก็ยังได้รับความนิยมเรื่อย
ๆ น้ำคลอโรฟิลด์ น้ำหมักต่าง ๆ อาจจะยังคงถูกกล่าวถึงอยู่ แต่ในนาทีนี้ ต้องยกให้กับอาหารประเภท
Clean food หรือ Clean
Diet เค้านะครับ
Clean
food หรือ Clean Diet
นิยามของคำ ๆ นี้คือ เป็นอาหารที่ได้จากธรรมชาติโดยที่คงรสชาติเดิมเอาไว้
เช่นอาหาร raw food ที่กินสด ๆ อาทิ ผัก
ผลไม้ ถั่วเมล็ดแห้ง โดยไม่ผ่านการทำให้สุกหรือโดนความร้อนเลยสักนิด และอีกความหมายหนึ่งคือ
อาหารที่ผ่านการปรุงแต่งน้อยที่สุดเพื่อคงความธรรมชาติมากที่สุด(ถ้าย้อนกลับไปมองกันยาวๆ
ก็คงจะเป็นเหมือนย้อนสมัยไปในสมัยยุคดึกดำบรรพ์ที่บรรพบุรุษเรากินกันนั่นแหละครับ)
ลักษณะของ
Clean food
มักจะประกอบไปด้วยผัก ผลไม้เป็นหลัก
เนื้อสัตว์มักเป็นไก่ ปลาหรืออาหารทะเลที่ปรุงด้วยวิธีการต้ม ผัก แกง นึ่ง ย่าง
หรือจี่บนกระทะ โดยใช้น้ำมันให้น้อยที่สุดหรือไม่ใช้เลย ส่วนคาร์โบไฮเดรทก็ต้องเป็นแบบเชิงซ้อน
เช่น ข้าวกล้อง ธัญพืชต่าง ๆ และจากพืชที่ให้คาร์บสูง เช่น เผือก มัน
หรือถ้าเป็นแป้งก็ประเภทโฮลวีท โดยที่ไม่ผ่านการขัดสีจนขาวบริสุทธิ์ เป็นต้น
เรียกได้ว่า วัตถุดิบและกรรมวิธีในการปรุงเป็นตัวกำหนดระดับความคลีนของอาหารมีตั้งแต่ Clean
food 100% แล้วลดหลั่นลงมา 80-90% หรือ 60-70% ก็มี
Clean food เริ่มเป็นที่นิยมในต่างประเทศมาตั้งแต่กลางทศวรรษ
1990 แล้ว แต่บ้านเราเพิ่งจะเป็นที่รู้จักเมื่อไม่นานมานี้เอง
เริ่มแรกก็ในกลุ่มคนที่ออกกำลังกายที่ต้องการควบคุมแคลอรี
หลังจากนั้นก็ลามมายังกลุ่มคนที่ต้องการลดน้ำหนัก
เนื่องจากอาหารประเภทนี้ให้พลังงานต่ำ
จากนั้นก็แพร่ไปยังบุคคลทั่วไปที่รักสุขภาพและต้องการดูแลตัวเอง
ในต่างประเทศจะมี Clean food จำหน่าย
โดยมีบริการจัดส่งถึงบ้านหรือที่ทำงาน โดยอาหารจะถูกออกแบบและเสิร์ฟมาเป็นกล่อง ๆ และระบุให้เสร็จสรรพว่าเป็นอาหารมื้อเช้า
กลางวัน หรือเย็น และจะมีฉลากเกี่ยวกับรายละเอียดของอาหารและแคลอรีที่ได้รับในแต่ละมื้อ
ส่วนในบ้านเรา เซเลบหรือคนดังหลายคนก็ทำ Clean food ขายกันเป็นล่ำเป็นสันโดยจัดส่งถึงที่เช่นกัน
ซึ่งหลายๆเจ้าก็จะมีการสร้างสรรค์เมนูให้เลือกมากมาย
มีการคาดการณ์กันว่า Clean food จะไม่เป็นแค่กระแสที่ผ่านเข้ามาแล้ววูบหายไป
หากแต่จะเป็นปรากฎการณ์ที่คงอยู่นานเพราะคนส่วนใหญ่เริ่มหันมาดูแลสุขภาพและออกกำลังกายมากขึ้น
โดยเฉพาะคนที่ต้องการลดน้ำหนัก เพราะนอกจากการออกกำลังกายแล้วก็ยังต้องการอาหารประเภทนี้เพื่อควบคุมแคลอรี
ตลาด Clean food จึงมีแนวโน้มที่ดีในอนาคต ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะคนที่ทำงานประจำในออฟฟิศจะไม่มีเวลาที่จะหุงหาอาหาร
หลายคนทำอาหารไม่เป็น บางคนไม่ชอบเข้าครัว ทางที่สะดวกที่สุดคือการซื้อกิน
แต่ดูเหมือน Clean food จะไม่ค่อยมีขายโดยทั่วๆไปเหมือนร้านข้าวแกงหรือร้านอาหารตามสั่ง
จะสั่งซื้อหรือก็มีไม่กี่เจ้า ถ้าผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารท่านใด
สนใจลองเกาะตลาดนี้ดู ศึกษาเรื่อง Clean food ให้ดี โดยการออกแบบแพคเกจดีๆ
โลโก้สวย ๆ พร้อมกับติดฉลากโภชนาการและระบุปริมาณแคลอรี่เข้าไปด้วย และที่สำคัญรสชาติจะต้องโดนใจ
เพราะหากสามารถสร้างความแตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่นๆได้ ตลาด Clean food
จะเป็นตัวทำเงินได้แน่นอน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น