22 กันยายน 2553

เคล็ดลับ...ต้านโรค

         

          แหมๆๆ โรคภัยไข้เจ็บสมัยนี้มันช่างมากมายซะเหลือเกินว่าไหมครับท่านผู้อ่าน วันนี้กระผมก็เลยมีเคล็ดลับ...ต้านโรคต่างๆ มาฝากกันแบบพอหอมปากหอมคอ(หอมของเรานะครับ อย่าไปหอมคนอื่นเดี๋ยวจะเป็นเรื่องกันซะเปล่าๆ) อ่ะ ว่าแล้วก็ไปดูกันเลยดีกว่าครับว่ามีอะไรบ้างเพื่อให้ไม่เป็นการเสียเวลา

โรคอัลไซเมอร์และความชรา เคล็ดลับคือ

๐  หมั่นออกกำลังกายควบคู่ไปกับการทานวิตามิน B จะช่วยป้องกันการเกิดโรคอัลไซเมอร์
๐  รับประทานวิตามินเสริม เช่น วิตามิน C,E ,เบต้าแคโรทีน,สังกะสี จะช่วยให้สายตาดีขึ้น
๐  รับประทานวิตามิน B12 ช่วยป้องกันการเกิดภาวะโลหิตจาง โรคหัวใจ และปัญหาทางระบบประสาท
๐  ทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง เช่น ข้าวโอ๊ค ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด
๐  ทานปลาให้ได้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง
๐  หลีกเลี่ยงอาหารมัน อาหารทอด ไขมันอิ่มตัว และคอเลสเตอรอลสูง
๐  เลิกสูบบุหรี่ เพราะจะทำให้ผิวหนังมีรอยย่น และดูแก่เกินวัย (ที่ควรจะเป็น)
๐  หลีกเลี่ยงการตากแดด และควรทาโลชั่นกันแดดทุกครั้งที่ออกจากบ้าน

ความดัน เคล็ดลับคือ

๐  ทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง เช่น ข้าวโอ๊ค ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด
๐  รับประทานอาหารที่มีโฟเลต เช่น ตับ ผักสีเขียว ผักโขม ผักคะน้า ส้ม แคนตาลูป จะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ
๐  จำกัดการบริโภคโซเดียม เพื่อช่วยลดความดันเลือด
๐  ทานปลาให้ได้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง
๐  หลีกเลี่ยงอาหารมัน อาหารทอด ไขมันอิ่มตัว และคอเลสเตอรอลสูง
๐  เลิกสูบบุหรี่ เพราะจะทำให้ค่าความดันเลือดเพิ่มขึ้น

เบาหวาน เคล็ดลับคือ

๐  รับประทานอาหารที่มีเส้นใยไฟเบอร์สูง หลีกเลี่ยงอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลสูง
๐  ทานปลาให้ได้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง
๐  ระมัดระวังอย่าให้เกิดบาดแผล เพราะจะทำให้หายยากโดยเฉพาะที่เท้าและมือ

โรคหัวใจ เคล็ดลับคือ

๐  ทานอาหารที่มีเส้นใยไฟเบอร์สูง
๐  รับประทานวิตามิน B12 ช่วยป้องกันการเกิดภาวะโลหิตจาง โรคหัวใจ และปัญหาทางระบบประสาท
๐  ทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง เช่น ข้าวโอ๊ค ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด
๐  รับประทานอาหารที่มีโฟเลต เช่น ตับ ผักสีเขียว ผักโขม ผักคะน้า ส้ม แคนตาลูป จะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ
๐  จำกัดการบริโภคโซเดียม เพื่อช่วยลดความดันเลือด
๐  หลีกเลี่ยงอาหารมัน อาหารทอด ไขมันอิ่มตัว และคอเลสเตอรอลสูง
๐  เลิกสูบบุหรี่ เพราะจะทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น

กระดูกพรุน เคล็ดลับคือ

๐ ควรออกกำลังเป็นประจำ เพราะมวลกระดูกจะสูงสุดเมื่อเราอายุ 35 ปี โดยให้เน้นไปที่การออกกำลังกายแบบที่มีแรงกระทำกับกระดูก ( Weight Bearing) เช่น เดิน จ๊อกกิ้ง
๐  ฝึกยกน้ำหนัก (Weight Training) จะช่วยสะสมมวลกระดูก และช่วยลดการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อก่อนวัยอันควร
๐  ให้แน่ใจว่าได้รับแคลเซียม และวิตามิน D ในปริมาณที่เพียงพอ
๐  รับประทาอาหารที่มีเส้นใยไฟเบอร์สูง
๐  ออกกำลังกายให้กล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้าแข็งแรง จะช่วยลดการเกิดข้อเสื่อมบริเวณเข่า        

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น