25 พฤษภาคม 2554

ผลไม้...รักษาโรค

ผลไม้...รักษาโรค

          เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าผักและผลไม้เป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากที่สุด และถือเป็นยาที่เก่าแก่และมีประสิทธิภาพมากที่สุดในโลก เพราะพวกมันมีวิตามินและแร่ธาตุต่อจำนวนแคลอรี่มากกว่าอาหารประเภทอื่นๆ ผลไม้และผักให้พลังงานแก่ร่างกาย เพราะมันมีคาร์โบไฮเดรตและเส้นใยที่ย่อยไม่ได้อยู่มาก ผลไม้และผักมีปริมาณไขมันน้อย (ยกเว้น โอลีฟ อะโวคาโด และมะพร้าว) เอนไซม์ในผลไม้และผักสดช่วยในการทำงานของระบบย่อยอาหารและการดูดซึมอาหารของร่างกาย นอกจากนั้นผลไม้และผักยังมีสารต้านเป็นจำนวนมาก สารเหล่านั้นเรียกว่าเส้นใยอาหาร เส้นใยอาหารส่วนมากเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มีเส้นใยอาหารอยู่ประมาณร้อยกว่าชนิด ผักกะหล่ำ เช่น บล็อคอลี่ มีสารอาหารบางชนิดที่กระตุ้นการผลิตสารต้านมะเร็งในร่างกาย เปลือกของผลไม้ตระกูลส้ม มีน้ำมันที่ช่วยต้านมะเร็ง
          ผลไม้ที่สุกจะย่อยง่ายเพราะมันมีน้ำตาลธรรมชาติ (กลูโคสและฟรุคโตส) ซึ่งเป็นน้ำตาลที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้ทันที สารอาหารบางตัวในผลไม้ดิบยังไม่เปลี่ยนเป็นกลูโคสและฟรุคโตสอย่างเต็มรูปแบบจึงทำให้มันย่อยยาก เช่น กล้วยดิบอุดมไปด้วยแป้ง ในขณะที่แป้งจะเปลี่ยนเป็นน้ำตาลที่ย่อยได้ง่ายเมื่อกล้วยสุก เราควรรับประทานผลไม้ที่มีเนื้อแน่นและไม่รับประทานผลไม้ที่เสียหรือช้ำและต้องมั่นใจว่าผลไม้นั้นสุก แตงและสับปะรด (ไม่ควรเก็บในตู้เย็น) จะนิ่มที่ส่วนล่างของผลและมีกลิ่นหอมเมื่อสุก และควรทิ้งกีวี พีช พลัม และมะม่วงสุกให้นิ่มและสุกเองในอุณหภูมิห้อง


ลูกเบอร์ลี่


          ลูกเบอร์ลี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกเบอร์ลี่ แบล็คเบอร์ลี่ และสตรอเบอร์ลี่ ไม่เพียงมีรสชาติดีเท่านั้น แต่ยังเป็นผลไม้ที่มีเส้นใยอาหารมากด้วย บลูเบอร์ลี่ (ไม้ในกลุ่ม myrtilles มีต้นเตี้ย) มีสารสีฟ้า anthocyanin ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง บลูเบอร์ลี่เหมือนกับแอปเปิ้ลตรงที่มันมี pectin ซึ่งเป็นธาตุวุ้นในผลไม้มาก และช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้ ลูกเบอร์ลี่ชนิดอื่นๆก็มี anthocyanin เช่นกัน ซึ่งเป็นตัวช่วยรักษาอาการมองเห็นไม่ชัดในที่มืดหรือตอนกลางคืน anthocyanin ช่วยปกป้องหลอดเลือดเล็กๆ จากอนุมูลอิสระที่จะเข้ามาทำลาย และ anthocyanin ยังกระตุ้นให้เลือดไปหล่อเลี้ยงที่ดวงตาอีกด้วย สตรอเบอรี่ขนาดกลาง 8 ลูกมีปริมาณวิตามินซีมากกว่าส้ม 1 ลูก


แอปเปิ้ล


          " An apple a day keeps the doctor away" แอปเปิ้ลอุดมไปด้วย flavonoid และเส้นใยซึ่งทำให้การทำงานของวิตามินซีในระบบต้านอนุมูลอิสระมีประสิทธิภาพมากขึ้นและทำให้แอปเปิ้ลเป็นผลไม้ที่ดีต่อสุขภาพมากที่สุด นักวิจัยระบุว่า flavonoid kersetine ที่มีในผลไม้เป็นอาวุธลับในการต่อสู้กับมะเร็ง นอกจากนี้แอปเปิ้ลยังสามารถป้องกันโรคหัวใจได้อีกด้วย เพราะมันมี pectin อยู่มาก และ pectin ซึ่งเป็นเส้นใยที่ย่อยได้นั้นก็ยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย


ผลไม้ตระกูลส้มหรือมะนาว


          เกรปฟรุต ส้ม มะนาวสีเหลือง มะนาวลูกเล็กสีเขียว กีวี่ ส้มเปลือกหนา ส้มจีน ส้ม Clementine มีวิตามินซีและเส้นใยอาหารสูง ผลไม้ประเภทนี้มี flovonoid ที่ต้านอนุมูลอิสระ และส่งเสริมการทำงานของวิตามินซีในระบบต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย เกรปฟรุตที่มีสีชมพูจะมีรสชาติหวานกว่าสีเหลือง และมีสารเบต้า-แคโรทีนมากกว่าอีกด้วย ทั้งยังมี lycopene ซึ่งเป็นสารแคโรทีนอยด์ ที่ป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมากในผู้ชายและป้องกันมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิง เกรปฟรุตที่มีสีชมพูและสีเหลืองมีวิตามินซีประมาณ 80-150 มิลลิกรัม
ส่วนของผลไม้ตระกูลส้มที่มักถูกทิ้งไปก็คือส่วนเปลือก เปลือกส้มและเปลือกมะนาวมี D-limonene ซึ่งเป็นน้ำมันจากเปลือกที่มีสรรพคุณในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมในสัตว์ทดลอง D-limonene ยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และมื่อทานเสร็จแล้วอย่าเพิ่งทิ้งเปลือกของส้มและมะนาวนะครับ นำมาล้างให้สะอาดแล้วนำมาประกอบอาหาร (เช่น ใส่ในสลัดหรือโยเกิร์ต)
          แต่สำหรับชาวตะวันตกแล้ว มะนาวเป็นแหล่งวิตามินซีหลัก แต่ที่จริงแล้วลูกกีวีมีวิตามินซีมากกว่าส้มถึง 2 เท่า (ส้มมีประมาณ 53 มิลลิกรัม กีวี่มีประมาณ 100 มิลลิกรัม) วิตามินซีของส้มจะอยู่ในส่วนที่เป็นแกนกลาง ซึ่งมักถูกทิ้งไป และห้ามรับประทานเปลือกส้มที่ไม่ได้ปลูกแบบออร์แกนิคอย่างเด็ดขาดนะครับ นอกจากนี้ส้มยังเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยโพแทสเซียมและมีปริมาณแคโรทีนอยในระดับปานกลาง

ข้อควรระวังเกี่ยวกับ bioflovonoid ในผลไม้ตระกูลส้ม

          Bioflovonoid ที่ได้จากผลไม้ตระกูลส้ม อาจมีผลต่อยาบางชนิดหากผลไม้ตระกูลส้มนั้นมี naragine ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า naragine จากน้ำเกรปฟรุตสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของ nefedipine และ cyclosporine และลดประสิทธิภาพของสารอื่นๆ (คาเฟอีน coumarin และ oestrogen ดังนั้นคุณจึงควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำผลไม้หรือรับประทานอาหารที่มี bioflovonoid จากผลไม้ตระกูลส้ม หากคุณอยู่ระหว่างการศึกษาที่ใช้ nefedipine และ cyclosporine

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น