21 พฤษภาคม 2554

วิธีลดความอ้วนให้ได้ผล

วิธีลดความอ้วนให้ได้ผล


          ลักษณะการดำเนินชีวิตของคนเราในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปทำงาน หรือกิจกรรมงานบ้านทั่วๆไป ยังไม่ถือว่าเป็นการออกกำลังกาย แต่เป็นการใช้พลังงาน เวลาที่เราใช้พลังงานทำงานอะไรก็ตามแต่ ขึ้นอยู่กับความหนักเบาและเวลาที่กระทำ กล่าวคือ ใน 5 นาทีแรกร่างกายจะใช้น้ำตาลเป็นพลังงานเสมอ แต่จะเริ่มมีการเผาผลาญพลังงานที่เป็นไขมันบ้างแต่ก็เล็กน้อยมาก หรือแทบจะเรียกได้ว่ายังไม่กระเทือนผิวไขมัน ส่วนแคลอรี่ที่ถูกเผาไปแล้วจะอยู่ในรูปแบบน้ำตาล คาร์โบไฮเดรตซึ่งตรงนี้ไม่ได้ลดความอ้วน เพราะ ไขมันไม่ได้ถูกละลายออกไป แต่จะลดน้ำตาลที่คั่งค้างในกระแสเลือด ลดการเป็นโรคเบาหวานลงได้น้ำตาลตรงนี้เราใช้ไม่หมด คั่งค้างสะสมไว้ก็จะเปลี่ยนเป็นไตรกรีเซร์ไรด์เป็นไขมันต่อไป วนเวียนเป็นวงจรอย่างนี้ ยิ่งเพิ่มก็ยิ่งพอกเก็บเป็นยุ้งเลยทีเดียว จะเห็นได้ว่า 5 นาทีแรกน้ำตาลถูกเผาผลาญ แต่ไขมันยังนิ่งทีนี้ถ้าเราไปออกกำลังกายในรูปแบบที่เราชอบอะไรก็ได้ เช่น วิ่งจ๊อกกิ้ง วิ่งไปเรื่อยๆให้นานถึง 20-30 นาที เริ่มจาก 5 นาที และสู่นาทีที่ 6 ไปแล้วร่างกายจะเปลี่ยนเอาไขมันมาเป็นพลังงานเผาไปเรื่อยๆ นาทีที่ 6-7-8-9 ก็จะเริ่มเผามากขึ้นสักครึ่งชั่วโมงก็ได้ 300 กิโลแคลอรี่ การใช้พลังงานในรูปแบบการออกกำลังกายนี้ก็จะทำให้น้ำหนักเราลดลง ไขมันในเลือด ไตรกรีเซอร์ไรด์ก็จะลดตามไปด้วย ไม่ว้าจะเป็นไขมันในพุง ในลำไส้ก็จะพากันละลายออกมาด้วย

          ฉะนั้นการที่ไขมันจะพากันไปจับในเส้นเลือดจึงมีโอกาสน้อย ทำให้เส้นเลือดเราไม่ตีบ เหมือนท่อน้ำทิ้งไม่มีเศษอาหารอุดตันก็ไหลคล่องตัว โดยเฉพาะเส้นเลือดสมองและหัวใจซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายของชีวิต ถ้าตีบจากไขมันขึ้นมาเมื่อไหร่ก็จะส่งผลกระทบมากมายทั้งตัวเราเองและคนในครอบครัว โดยเฉพาะในสมองถึงกับเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตได้ เห็นหรือยังครับ ทำไมจึงตั้งเงื่อนไขของการออกกำลังกายว่าต้องให้เป็นแบบแอโรบิกให้นานต่อเนื่อง 20 นาที แต่จะมากน้อยขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งการถูกฝึกฝนมาแล้วของแต่ละคน นอกจากนี้การออกกำลังกายในช่วงนาทีที่ 10 เป็นต้นไปเริ่มมีการหลั่งของเอนโดรฟีน โกรว์ธฮอร์โมน อินซูลิน ออกมาเพื่อให้ร่างกายสดชื่นแจ่มใส มีการเผาผลาญพลังงานของเสียต่างๆหมดไป ร่างกายก็เหมือนกับจะหยั่งรู้ว่าต้องใช้เวลาเท่านี้นะจะได้ผลตามมา เมื่อเริ่มมีการหลั่งเอ็นโดรฟินออกมาทำให้เราเริ่มมรความสุขกับการออกกำลังกาย อารมณ์แจ่มใส ข้อต่อต่างๆเริ่มคล่อง ให้เราสามารถออกกำลังกายต่อได้นานถึงนาทีที่ 20-30 แต่ก็ไม่ควรเกิน 40 นาทีสำหรับคนที่มีอายุมาก เพราะอาจบาดเจ็บได้ถ้าเราออกกำลังกายเกินหนึ่งชั่วโมงจะบาดเจ็บเกิน 5 เท่า การบาดเจ็บอย่างนี้ไม่ดี ทำให้เราทำต่อเนื่องไม่ได้ 
          การออกกำลังกายที่หนักหรือ Overเกินไป สามารถวัดหรือสังเกตุได้ง่ายๆคือ ระหว่างอยู่ในช่วงออกกำลังกายลองพูดกับตัวเองดูสิ เช่น วันนี้ออกกำลังกายดีจัง อากาศดีดี๊ ไม่เหนื่อยเลยแฮะ อยากโดนพี่หมีตบจังเลย...(อันนี้ไม่เกี่ยว) ถ้าพูดไม่เป็นภาษา แสดงว่าเริ่มกลัวพี่หมีแล้ว..เอ๊ยไม่ใช่ หายใจไม่ทัน หอบแฮกๆพูดไม่ปะติดปะต่อไม่เป็นคำก็ถือว่าหนักเกินไป ต้องค่อยๆชะลอลงได้แล้ว จริงๆแล้วเขาสอนให้จับชีพจร แต่ว่ามันยุ่งยากนะครับ ต้องพกนาฬิกาไปด้วย ใหม่ๆอาจจับชีพจรดูก่อนเปรียบเทียบดู

การเผาผลาญไขมัน 1 กิโลกรัม ใช้เวลาเผาผลาญประมาณกี่วัน?

          7,700 แคลอรี่ คือเนื้อไขมัน 1 กิโลกรัมแท้ๆ จำไว้ว่า 7,700 แคลอรี่ ถ้าเราวิ่งจ๊อกกิ้งครึ่งชั่วโมงเราเผาไป 300 เอา 300 หาร 7,700 ประมาณ 25 ครั้งกว่าๆ แสดงว่าถ้าเราวิ่งจ๊อกกิ้งครึ่งชั่วโมงทุกวันๆละ 30 นาทีเป็นเวลา 25 วัน ไขมันในตัวจะลดลงไป 1 ก.ก. อันนี้หมายความว่าทุกวันต้องกินอาหารเท่าๆกัน คือกิน 2,000 แคลอรี่ ใช้ 2,000 แคลอรี่ไปเรื่อยๆออกกำลังกายแบบนี้ 25 ครั้งจะลดลง 1 กิโลกรัม ต้องใช้ความอดทนหน่อยนะครับ ถ้าจะให้ได้ผลควรทำแบบค่อยเป็นค่อยไป เดือนหนึ่งไม่ควรเกิน 2-3 กิโลกรัม เพราะถ้ามากเกินไป ข้อเสียคือหนังจะเหี่ยวย่น ลองนึกดูนะครับ คนที่แลดูอวบอิ่มก็เพราะมีไขมันหนุนใต้ผิวหนัง ไขมันอยู่เยอะเลยทำให้หน้าดูเต่งตึง พอเราลดไขมันใต้ผิวหนังส่วนหนึ่งกะทันหัน หรือเร็วเกินไป ผิวหนังก็หดตัวไม่ทันหรอกครับ เพราะผิวหนังต้องใช้เวลา 3-4 สัปดาห์กว่าจะหดตัวลงมา เหมือนลูกโป่งเอาน้ำใส่

ขอขอบคุณข้อมูล โดย รศ.นพ.ปัญญา ไข่มุก (ผู้อำนวยการวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น