5 ข้อง่ายๆ เพื่อการออกกำลังกายให้ได้ผล
เคยมั๊ยครับ ??? ที่การออกกำลังกายของคุณยังไม่ค่อยจะห็นผล หรือบางทีก็ใช้ระยะเวลานานเหลือเกินกว่าจะเห็นผลหรือกว่าจะประสบความสำเร็จสักที วันนี้เรามีวิธีฝึกโดยการนำเอาหลักทางวิทยาศาสตร์มาให้ลองฝึกดูกันนะครับว่า เราควรจะออกกำลังกายโดยอาศัยหลักวิทยาศาสตร์อย่างไร เพื่อให้ได้ผลและถูกต้องแบบจริงจังๆกันสักที ว่าแล้วก็ไปลองฝึกกันเลยนะครับ
กฎข้อแรก ไปให้ไกลกว่าเดิม
เคยมั๊ยครับ ??? ที่การออกกำลังกายของคุณยังไม่ค่อยจะห็นผล หรือบางทีก็ใช้ระยะเวลานานเหลือเกินกว่าจะเห็นผลหรือกว่าจะประสบความสำเร็จสักที วันนี้เรามีวิธีฝึกโดยการนำเอาหลักทางวิทยาศาสตร์มาให้ลองฝึกดูกันนะครับว่า เราควรจะออกกำลังกายโดยอาศัยหลักวิทยาศาสตร์อย่างไร เพื่อให้ได้ผลและถูกต้องแบบจริงจังๆกันสักที ว่าแล้วก็ไปลองฝึกกันเลยนะครับ
กฎข้อแรก ไปให้ไกลกว่าเดิม
วิทยาศาสตร์กล่าวไว้ว่า
: ตามหลักฟิสิกส์แล้ว พลังงานคือ แรงคูณกับระยะทาง (น้ำหนักตัวคูณระยะทาง)
ในเมื่อเราไม่อยากเพิ่มน้ำหนักเพื่อที่จะได้ใช้พลังงานให้มากขึ้น
เราถึงต้องเพิ่มแรงในการออกกำลังกาย
ดังนั้น
: ไม่ว่าการทำท่า Lung หรือ Sit-up ก็ตาม ท่าสุดท้ายของการออกกำลังกายก็จบลงบนพื้นราบอยู่ดี
ดังนั้นต้องหาพื้นที่บริเวณกว้างๆ แล้วใช้ให้คุ้ม
หรือไม่ก็ลองวางเท้าข้างใดข้างหนึ่งบนขั้น บันไดหรือสเต็ปในการทำท่า Lung
กฎข้อสอง น้อยเข้าไว้
วิทยาศาสตร์กล่าวไว้ว่า
:
ยิ่งวัตถุ (ร่างกาย) สัมผัสกับพื้นผิว (พื้น) น้อยที่สุด ยิ่งทำให้วัตถุมั่นคง
ไม่เสียการทรงตัว เป็นเรื่องดีที่ร่างกายของเรามีการรักษาบาลานซ์
ซึ่งก็คือกล้ามเนื้อ ดังนั้นการทำให้ร่างกายของเราเสียการทรงตัวนิดหน่อย
ย่อมทำให้เพิ่มการออกกำลังกายให้ยากขึ้น ส่งผลให้กล้ามเนื้อได้ออกแรงหรือทำงานได้มากขึ้น
ดังนั้น
:
ลองยกเท้าข้างหนึ่งไว้ขณะออกกำลังกาย เช่นท่า Squat หรือ Plank
เพื่อเพิ่มความท้าทายให้กับกล้ามเนื้อ
กฎข้อสาม
บิด บิด บิด
วิทยาศาสตร์กล่าวไว้ว่า
:
ร่างกายของคนเราสามารถขยับเคลื่อนไหวได้ 3 ทิศทาง คือ
หน้า-หลัง, ขึ้น-ลงและไปด้านข้าง นอกจากนี้ยังมีการเคลื่อนไหวแบบวนไปวนมาอีกด้วย
ท่าออกกำลังกายโดยมากจึงมักเป็นการเคลื่อนไหวแบบหน้า-หลัง, ขึ้น-ลง, ไปด้านข้าง
แต่มักจะขาดการออกกำลังแบบหมุนตัว
ดังนั้น
: อย่าลืมหมุนตัวไปทางซ้ายแล้วก็ไปทางขวาร่วมกับการออกกำลังกายในท่าปกติ
เช่นการทำท่า Lung หรือ Situp
แล้วคุณจะได้ประโยชน์จากการออกกำลังกายมากขึ้นกว่าเดิม
เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อทุกส่วนได้เคลื่อนไหวอย่างที่ควรจะเป็น
กฎข้อสี่ เด้งรับ ฉับไว
วิทยาศาสตร์กล่าวไว้ว่า
:
ขณะที่คุณย่อตัวระหว่างการทำท่าไหนก็ตาม
กล้ามเนื้อจะสร้างพลังแห่งความยืดหยุ่นขึ้น เหมือนระบบสปริงในเครื่องจักร
ที่ช่วยส่งให้สปริงเด้งกลับไปที่ท่าเริ่มต้น โดยกล้ามเนื้อไม่ต้องออกแรงมากนัก
ดังนั้น
: ลองหยุดค้างไว้ที่ท่าย่อสัก 4 วินาที เพราะแค่ 4 วินาทีนี้เท่านั้น กล้ามเนื้อของคุณก็จะมีความยืดหยุ่น
ส่งผลให้ร่างกายดึ๋งดั๋ง กระปรี้กระเปร่า ราวกับมีสปริง
กฎข้อห้า เพิ่มระยะ = เพิ่มความผอม
วิทยาศาสตร์กล่าวไว้ว่า
:
ถ้าคุณเพิ่มระยะห่างระหว่างจุดรับน้ำหนักกับปลายวัตถุที่ต้องการจะยก
(กล้ามเนื้อแขนกับตัวคุณ) จะทำให้การยกยากขึ้น
นั่นก็คือ
:
ยิ่งตัวสูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งยกตัวขึ้นได้ยากขึ้นเท่านั้น
กล้ามเนื้อของคุณก็จะต้องทำงานหนักขึ้นด้วย
ลองเปลี่ยนท่าจากการคุกเข่าเป็นการยืน
พลังกล้ามเนื้อในการรับน้ำหนักทั้งตัวก็จะมีมากกว่าเมื่อเทียบกับคนที่ขาสั้น
ดังนั้น
:
คุณก็จะได้ออกกำลังมากขึ้นถ้ายกแขนทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะให้ขนานกับลำตัว
ในขณะที่ทำท่า Lung หรือSquat หรือ Situp
ถ้ายากเกินไป สองเอามือประสานไว้หลังศีรษะก่อนก็ได้
ครับ ก็ลองเอาไปฝึกตามกันดูนะครับ ว่าได้ผลลัพธ์เป็นอย่างไรกันบ้าง อ้อ แล้วถ้าได้ผลยังไงก็อย่าลืมมาบอกกล่าวกันบ้างนะครับ ขอบคุณครับ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น