มาดื่มน้ำผลไม้(ให้ถูกวิธี)กันเถอะ
ในปัจจุบันนี้
การดื่มน้ำผลไม้ถือเป็นสิ่งที่กำลังได้รับความนิยมกันเป็นอย่างมาก
โดยบางท่านอาจจะดื่มแทนการทานอาหารกันเลยก็ว่าได้
บางท่านก็ดื่มเพื่อล้างพิษที่อยู่ในร่างกาย
หรือบางท่านก็อาจจะดื่มเพื่อให้ผลไปในทางลดน้ำหนัก และก็ในปัจจุบันนี้อีกเช่นกันที่ในนิตยสารสุขภาพต่างๆ
หรือสื่อต่างๆ ต่างก็แนะนำให้ดื่มน้ำผัก น้ำผลไม้ กันอย่างมากมาย
เนื่องจากคุณสมบัติในการบำบัดโรคของน้ำผัก น้ำผลไม้
ดังนั้นจึงเป็นที่แน่นอนแล้วว่า การดื่มน้ำผัก
น้ำผลไม้นั้นดีกับสุขภาพอย่างไม่ต้องสงสัย จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม
ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเครื่องคั้นน้ำผลไม้จึงมีวิวัฒนาการก้าวหน้าไปอย่างมากมาย
จนเราเองอยากมีไว้ติดบ้านกันสักคนละเครื่อง
น้ำผัก ผลไม้
จะช่วยให้พลังงานกับผู้ที่ร่างกายอยู่ในสภาวะอ่อนแอหรืออ่อนเพลียได้อย่างรวดเร็ว
โดยน้ำผัก ผลไม้คั้น จะมีน้ำตาลและน้ำที่ได้จากธรรมชาติในปริมาณมาก
และถ้าดื่มหลังจากการคั้นสดๆใหม่ๆ น้ำผัก ผลไม้ ก็จะยังมีวิตามินที่ได้จากผัก
ผลไม้เหล่านั้นอยู่ครบ (ไม่รวมเส้นใย) น้ำผัก ผลไม้ มีส่วนช่วยป้องกันอาการท้องผูก
ปวดหัว และความกระวนกระวาย (ที่เป็นผลเนื่องมาจากอาการก่อนมีประจำเดือน หรือ PMS)
และประโยชน์จากการดื่มน้ำผัก
ผลไม้เป็นประจำก็จะทำให้ระบบต่างๆในร่างกายของเราทำงานได้ดีขึ้น นอกจากนั้นน้ำผัก
ผลไม้ ยังช่วยขจัดของเสียและสารพิษออกจากร่างกายได้อีกด้วย
นอกจากจะง่ายต่อการย่อยและมีสารอาหารอยู่เป็นจำนวนมากแล้ว
ยังช่วยแก้ปัญหาให้กับคนที่มีปัญหาในการย่อยอาหาร
ทำให้ระบบการย่อยอาหารของเราไม่ต้องทำงานหนัก แต่ก่อนที่คุณจะดื่มน้ำผัก
ผลไม้ใดๆในปริมาณที่เข้มข้นมากๆนั้น
คุณต้องไม่ลืมที่จะต้องปรับระบบลำไส้ของคุณให้ดีเสียก่อน
โดยอาจจะรับประทานอาหารที่มีแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของคุณเสียก่อน สำหรับคนที่มีปัญหากับการทานอาหารหมักดองไม่ควรดื่มน้ำผัก
ผลไม้ เพราะจะทำให้ยีสต์ในร่างกายได้รับอาหารจากน้ำตาลที่มีอยู่ในน้ำผัก ผลไม้
และทำให้เพิ่มปริมาณมากขึ้น การดื่มน้ำผัก ผลไม้อาทิตย์ละครั้ง
หรือสองอาทิตย์ครั้งเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ
คุณอาจจะเลือกดื่มในวันพักผ่อน โดยการผสมน้ำผึ้งลงไปสักเล็กน้อยในน้ำผัก
ผลไม้ เพื่อไม่ให้ร่างกายอ่อนแอก็ได้ เพราะน้ำผัก
ผลไม้มีฤทธิ์ในการชะล้างของเสียและสารพิษออกจากร่างกาย
(การทำเช่นนี้มีผลให้มีการขับถ่ายบ่อยขึ้น และอุจจาระอ่อนนุ่มขึ้น)
การดื่มให้ถูกต้องและปลอดภัย
·
เพื่อรสชาติที่ดี ควรเลือกใช้ผักที่มีรสหวานมาเป็นส่วนผสมด้วย
(เช่น แครอท หัวบีทรูท ผักประเภทยี่หร่า) เป็นหลัก และเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด
ควรดื่มน้ำผัก ก่อนทานอาหารอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง
· พยายามอมน้ำผัก ผลไม้ไว้สักครู่หนึ่งก่อนกลืนลงไป เพื่อให้แน่ใจว่าน้ำผัก ผลไม้นั้นผสมกับน้ำลายของคุณแล้ว และเพื่อช่วยให้กระบวนการย่อยของคุณดีขึ้น
· ไม่แนะนำให้ดื่มน้ำส้มในขณะท้องว่างนะครับ เพราะปริมาณน้ำตาลจำนวนมากที่มีอยู่ในน้ำส้มนั้นจะเปลี่ยนเป็นแอลกอฮอล์เมื่ออยู่ในกระเพาะอาหาร และอาจจะเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผนังลำไส้ของคุณถูกทำลายได้โดยง่าย แต่ถ้าจะดื่ม ผมขอแนะนำเป็นน้ำเกรฟฟรุ๊ตจะดีกว่านะครับ
· ในน้ำผัก ผลไม้ จะมีน้ำตาลในปริมาณมาก (ถึงแม้จะดีต่อสุขภาพและได้จากธรรมชาติ) เพื่อให้หวานน้อยลง ควรเจือจางด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำมะนาวนะครับ
· ควรผสมสมุนไพรที่มีสีเขียวลงไป (เช่น ผักชีฝรั่ง ผัก Watercress) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการชะล้างของเสียและสารพิษในร่างกาย
· นอกจากนี้แล้วคุณยังอาจเติมแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายลงไปในน้ำผัก ผลไม้ด้วย โดยน้ำตาลจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของแบคทีเรียเหล่านั้น
· พยายามอมน้ำผัก ผลไม้ไว้สักครู่หนึ่งก่อนกลืนลงไป เพื่อให้แน่ใจว่าน้ำผัก ผลไม้นั้นผสมกับน้ำลายของคุณแล้ว และเพื่อช่วยให้กระบวนการย่อยของคุณดีขึ้น
· ไม่แนะนำให้ดื่มน้ำส้มในขณะท้องว่างนะครับ เพราะปริมาณน้ำตาลจำนวนมากที่มีอยู่ในน้ำส้มนั้นจะเปลี่ยนเป็นแอลกอฮอล์เมื่ออยู่ในกระเพาะอาหาร และอาจจะเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผนังลำไส้ของคุณถูกทำลายได้โดยง่าย แต่ถ้าจะดื่ม ผมขอแนะนำเป็นน้ำเกรฟฟรุ๊ตจะดีกว่านะครับ
· ในน้ำผัก ผลไม้ จะมีน้ำตาลในปริมาณมาก (ถึงแม้จะดีต่อสุขภาพและได้จากธรรมชาติ) เพื่อให้หวานน้อยลง ควรเจือจางด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำมะนาวนะครับ
· ควรผสมสมุนไพรที่มีสีเขียวลงไป (เช่น ผักชีฝรั่ง ผัก Watercress) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการชะล้างของเสียและสารพิษในร่างกาย
· นอกจากนี้แล้วคุณยังอาจเติมแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายลงไปในน้ำผัก ผลไม้ด้วย โดยน้ำตาลจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของแบคทีเรียเหล่านั้น
สูตรแนะนำเพื่อสุขภาพ
เป็นสูตรที่ทั้งอร่อยและดีกับสุขภาพ
โดยการผสมน้ำคั้นที่ได้จากผักโขม ผักชีฝรั่ง ผักกาดหอม บลอคโคลี่ แตงกวา
และคื่นช่ายกับน้ำแอปเปิ้ล น้ำมะนาว และน้ำขิงเล็กน้อย
ข้อควรจำ
: ควรดื่มน้ำผัก
ผลไม้ที่คั้นสดๆ ทันที เพราะน้ำผัก ผลไม้
จะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศทันทีเมื่อสัมผัสกับอากาศและแสงสว่าง
ซึ่งนั่นจะทำให้คุณได้รับประโยชน์ของน้ำผัก ผลไม้ ลดน้อยลง
ข้อสรุป
:
·
ดื่มน้ำเปล่าหรือชาสมุนไพรวันละ 8 แก้วทุกวัน
· อย่าดื่มกาแฟมากเกินไป แต่ให้ดื่มกาแฟคุณภาพดีเพียงหนึ่งหรือสองแก้วต่อวัน แทนที่จะดื่มกาแฟทั้งวัน
· ดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่พอเหมาะ โดยเฉพาะไวน์แดงในระหว่างมื้ออาหาร
· หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำอัดลมทุกชนิด แม้กระทั้งน้ำอัดลมที่เป็นพวก “ light”
· เจือจางน้ำผลไม้ในน้ำเปล่า เว้นเสียแต่ว่าน้ำผลไม้นั้นถูกนำไปมาใช้ในสูตรน้ำผัก ผลไม้ เพื่อการชำระล้างของเสียและสารพิษออกจากร่างกาย
· ดื่มชาเขียววันละ 3 แก้วทุกวัน (แนะนำเป็นชาเขียวร้อนจะดีกว่านะครับ เพราะจะให้ประโยชน์สูงสุดมากกว่า)
· อย่าดื่มกาแฟมากเกินไป แต่ให้ดื่มกาแฟคุณภาพดีเพียงหนึ่งหรือสองแก้วต่อวัน แทนที่จะดื่มกาแฟทั้งวัน
· ดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่พอเหมาะ โดยเฉพาะไวน์แดงในระหว่างมื้ออาหาร
· หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำอัดลมทุกชนิด แม้กระทั้งน้ำอัดลมที่เป็นพวก “ light”
· เจือจางน้ำผลไม้ในน้ำเปล่า เว้นเสียแต่ว่าน้ำผลไม้นั้นถูกนำไปมาใช้ในสูตรน้ำผัก ผลไม้ เพื่อการชำระล้างของเสียและสารพิษออกจากร่างกาย
· ดื่มชาเขียววันละ 3 แก้วทุกวัน (แนะนำเป็นชาเขียวร้อนจะดีกว่านะครับ เพราะจะให้ประโยชน์สูงสุดมากกว่า)



