14 ตุลาคม 2556

5 ข้อง่ายๆ เพื่อการออกกำลังกายให้ได้ผล

5 ข้อง่ายๆ เพื่อการออกกำลังกายให้ได้ผล
    
          
          เคยมั๊ยครับ ??? ที่การออกกำลังกายของคุณยังไม่ค่อยจะห็นผล หรือบางทีก็ใช้ระยะเวลานานเหลือเกินกว่าจะเห็นผลหรือกว่าจะประสบความสำเร็จสักที วันนี้เรามีวิธีฝึกโดยการนำเอาหลักทางวิทยาศาสตร์มาให้ลองฝึกดูกันนะครับว่า เราควรจะออกกำลังกายโดยอาศัยหลักวิทยาศาสตร์อย่างไร เพื่อให้ได้ผลและถูกต้องแบบจริงจังๆกันสักที ว่าแล้วก็ไปลองฝึกกันเลยนะครับ

กฎข้อแรก ไปให้ไกลกว่าเดิม

วิทยาศาสตร์กล่าวไว้ว่า : ตามหลักฟิสิกส์แล้ว พลังงานคือ แรงคูณกับระยะทาง (น้ำหนักตัวคูณระยะทาง) ในเมื่อเราไม่อยากเพิ่มน้ำหนักเพื่อที่จะได้ใช้พลังงานให้มากขึ้น เราถึงต้องเพิ่มแรงในการออกกำลังกาย

ดังนั้น : ไม่ว่าการทำท่า Lung หรือ Sit-up ก็ตาม ท่าสุดท้ายของการออกกำลังกายก็จบลงบนพื้นราบอยู่ดี ดังนั้นต้องหาพื้นที่บริเวณกว้างๆ แล้วใช้ให้คุ้ม หรือไม่ก็ลองวางเท้าข้างใดข้างหนึ่งบนขั้น     บันไดหรือสเต็ปในการทำท่า Lung

กฎข้อสอง น้อยเข้าไว้

วิทยาศาสตร์กล่าวไว้ว่า : ยิ่งวัตถุ (ร่างกาย) สัมผัสกับพื้นผิว (พื้น) น้อยที่สุด ยิ่งทำให้วัตถุมั่นคง ไม่เสียการทรงตัว เป็นเรื่องดีที่ร่างกายของเรามีการรักษาบาลานซ์ ซึ่งก็คือกล้ามเนื้อ ดังนั้นการทำให้ร่างกายของเราเสียการทรงตัวนิดหน่อย ย่อมทำให้เพิ่มการออกกำลังกายให้ยากขึ้น ส่งผลให้กล้ามเนื้อได้ออกแรงหรือทำงานได้มากขึ้น

ดังนั้น : ลองยกเท้าข้างหนึ่งไว้ขณะออกกำลังกาย เช่นท่า Squat หรือ Plank เพื่อเพิ่มความท้าทายให้กับกล้ามเนื้อ

กฎข้อสาม บิด บิด บิด

วิทยาศาสตร์กล่าวไว้ว่า : ร่างกายของคนเราสามารถขยับเคลื่อนไหวได้ 3 ทิศทาง คือ หน้า-หลัง, ขึ้น-ลงและไปด้านข้าง นอกจากนี้ยังมีการเคลื่อนไหวแบบวนไปวนมาอีกด้วย ท่าออกกำลังกายโดยมากจึงมักเป็นการเคลื่อนไหวแบบหน้า-หลัง, ขึ้น-ลง, ไปด้านข้าง แต่มักจะขาดการออกกำลังแบบหมุนตัว

ดังนั้น : อย่าลืมหมุนตัวไปทางซ้ายแล้วก็ไปทางขวาร่วมกับการออกกำลังกายในท่าปกติ เช่นการทำท่า Lung หรือ Situp แล้วคุณจะได้ประโยชน์จากการออกกำลังกายมากขึ้นกว่าเดิม เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อทุกส่วนได้เคลื่อนไหวอย่างที่ควรจะเป็น

กฎข้อสี่ เด้งรับ ฉับไว

วิทยาศาสตร์กล่าวไว้ว่า : ขณะที่คุณย่อตัวระหว่างการทำท่าไหนก็ตาม กล้ามเนื้อจะสร้างพลังแห่งความยืดหยุ่นขึ้น เหมือนระบบสปริงในเครื่องจักร ที่ช่วยส่งให้สปริงเด้งกลับไปที่ท่าเริ่มต้น โดยกล้ามเนื้อไม่ต้องออกแรงมากนัก

ดังนั้น : ลองหยุดค้างไว้ที่ท่าย่อสัก 4 วินาที เพราะแค่ 4 วินาทีนี้เท่านั้น กล้ามเนื้อของคุณก็จะมีความยืดหยุ่น ส่งผลให้ร่างกายดึ๋งดั๋ง กระปรี้กระเปร่า ราวกับมีสปริง

กฎข้อห้า เพิ่มระยะ = เพิ่มความผอม

วิทยาศาสตร์กล่าวไว้ว่า : ถ้าคุณเพิ่มระยะห่างระหว่างจุดรับน้ำหนักกับปลายวัตถุที่ต้องการจะยก (กล้ามเนื้อแขนกับตัวคุณ) จะทำให้การยกยากขึ้น
นั่นก็คือ : ยิ่งตัวสูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งยกตัวขึ้นได้ยากขึ้นเท่านั้น กล้ามเนื้อของคุณก็จะต้องทำงานหนักขึ้นด้วย ลองเปลี่ยนท่าจากการคุกเข่าเป็นการยืน  พลังกล้ามเนื้อในการรับน้ำหนักทั้งตัวก็จะมีมากกว่าเมื่อเทียบกับคนที่ขาสั้น

ดังนั้น : คุณก็จะได้ออกกำลังมากขึ้นถ้ายกแขนทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะให้ขนานกับลำตัว ในขณะที่ทำท่า Lung หรือSquat หรือ Situp ถ้ายากเกินไป สองเอามือประสานไว้หลังศีรษะก่อนก็ได้

          ครับ ก็ลองเอาไปฝึกตามกันดูนะครับ ว่าได้ผลลัพธ์เป็นอย่างไรกันบ้าง อ้อ แล้วถ้าได้ผลยังไงก็อย่าลืมมาบอกกล่าวกันบ้างนะครับ ขอบคุณครับ

6 ตุลาคม 2556

ทานอะไรดี...หลังออกกำลังกาย

ทานอะไรดี...หลังออกกำลังกาย

         
          
          ปัญหาที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งสำหรับผู้ที่ออกกำลังกายคือ ควรจะทานอะไรดีก่อนหรือออกกำลังกายหรือระหว่างออกกำลังกาย ไอ้นั่นจะทานได้ไหม ไอ้นี่จะทานได้ไหม ทานมากไปหรือน้อยไปหรือเปล่า ควรงดไอ้นั่นดีไหม ควรเพิ่มอะไรดีให้ถูกต้อง ให้เหมาะสารสารพันปัญหามากมายที่หลายๆคนอาจจะยังคิดไม่ออกหรือคาดไม่ถึง คำตอบอยู่ตรงนี้แล้วครับ ว่าจะเลือกอาหารอะไรก่อนหรือหลังการออกกำลังกายนั้น หลักการสำคัญๆก็สามารถเริ่มได้ดังนี้เลยครับ

- ปริมาณพลังงานที่คุณใช้ขณะที่ออกกำลังกาย
- การฟื้นตัวจากความเหนื่อยล้า
- การซ่อมเเซมของระบบต่างๆของร่างกายหลังออกกำลังกาย และพลังงานที่ร่างกายใช้ และเก็บสะสมในรูปเเบบของไขมันและเมื่อเรารู้ เมื่อเราทราบถึงหลักการคร่าวๆเหล่านี้แล้วเราก็จะสามารถกำหนดอาหารและเครื่องดื่มที่เหมาะสมได้

คุณต้องการน้ำเท่าไหร่หลังออกกำลังกาย

          โดยมากแล้วร่างกายจะสูญเสียน้ำจากการออกกำลังกายประมาณ 4 ถ้วย (237ml.) ต่อการออกกำลังกาย 1 ชม. ดังนั้นพยายามดื่มน้ำประมาณ 16-20 onz.(450-590ml) หลังการออกกำลังกายเพื่อให้ระบบต่างๆของร่างกายได้พื้นตัว ถ้าหากคุณเป็นคนที่มีเหงื่อมากหรือออกกำลังกายในที่ที่มีอากาศร้อนมากๆ ให้ตรวจสอบปริมาณน้ำที่เสียไปได้โดยด้วยการชั่งน้ำหนักก่อนเเละหลังการออกกำลังกายถ้าหากชั่งน้ำหนักแล้วน้ำหนักลดควรดื่มน้ำ 1 onz.(29ml.) ต่อน้ำหนักตัวที่ลดไป เพราะการที่เราเหงื่อออกมากก็นั้นหมายถึงปริมาณน้ำและพลังงานที่สูญเสียไปมากเช่นกัน และเเนะนำให้จิบน้ำให้ได้บ่อยในขณะออกกำลังกายได้เลยนะครับ

อาหารเเละของว่างหลังการออกกำลังกาย

          ตราบใดที่ตลอดทั้งวันคุณได้ควบคุมพลังงานเเละวางแผนการรับประทานเป็นอย่างดีแล้ว คุณก็ไม่จำเป็นต้องกังวลมากนักว่าจะทานอะไรต่อเพื่อให้อยู่ในเกณ์ที่เหมาะสม เพียงเเค่ต้องระวังคำว่า " ไม่เป็นอะไรหรอก" "ออกหนักๆแล้วอะไรก็ทานได้" เอาไว้ให้ดี เพราะคนส่วนมากมักมีอาการหิวมากหลังจากออกกำลังกายเสร็จ และเสี่ยงที่จะทำให้คุณทานอาหารมากกว่าที่ร่างกายต้องการจริงๆ หรือตัดสินใจเลือกอาหารที่ไม่มีประโยชน์กับร่างกาย อันนี้ก็ต้องมาทำความเข้าใจนะครับ ว่าการทานมากเกินความพอดีนั้นมันตรงกันข้ามกับการทานให้เหมาะกับความต้องการของร่างกายนะครับ เพราะอย่างที่เคยทราบไปบ้างเเล้วว่าร่างกายจะเก็บพลังงานที่เหลือจากการใช้งานในรูปเเบบของไขมัน ดังนั้นเราจึงต้องทำให้มื้ออาหารหลังการออกกำลังกายของเราเป็นสิ่งที่ช่วยเติมกำลังและซ่อมเเซมกล้ามเนื้อจะดีกว่า

อาหารอะไรที่เหมาะสมจะเป็นอาหารและของว่างหลังจากออกกำลังกาย

พลังงาน (Calories)
          ในกรณีนี้ให้พยายามทานพลังงานให้เท่ากับครึ่งหนึ่งของพลังงานที่เราเผาผลาญไปขณะออกกำลังกาย เช่นประมาณคร่าวๆจากการออกกำลังกายได้ว่าเราใช้พลังงานไปทั้งหมด 600 kcal หลังการออกกำลังกายให้เราหาอาหารหรือของว่างที่มีพลังงานประมาณ 300 kcal มารับประทาน การเสนอเเบบนี้ไม่ต้องกังวัลว่าไปนะครับ ว่าการทานขนาดนี้จะทำให้การออกกำลังกายสูญเปล่า เพราะการทานเเบบนี้จะไม่ส่งผลกระทบถึงการลดน้ำหนักเเน่นอนครับ ตราบใดที่คุณยังควบคุมพลังงานโดยรวมให้อยู่ได้ในเกณฑ์ที่ร่างกายต้องการ

คาร์โบไฮเดรต (Carbohydrates)

          โดยทั่วไปแล้ว 60% ของพลังงานที่คุณทานตอนนี้เป็นคาร์โบไฮเดรต และหลังจากออกกำลังกายร่างกายของเราจะต้องการคาร์โบไฮเดรตมากกว่าโปรตีน เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงให้เเก่กล้ามเนื้อ (glycogen) และเพื่อใช้ซ่อมเเซ่มเตรียมความพร้อมสำหรับการออกกำลังกายที่หนักขึ้น การออกกำลังกายในระดับพื้นฐานจะต้องการพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตประมาณ 30-40 กรัมภายหลังการออกกำลังกายเสร็จครึ่งชั่วโมง ในขณะที่การออกกำลังกายที่หนักมากๆหรือระดับนักกีฬา จะใช้พลังงานมากกว่าอยู่ที่ประมาณ 50-60 กรัมในทุกๆชั่วโมงหลังจากการออกกำลังกายเสร็จ ดังนั้นถ้าหากคุณชื่นชอบอาหารประเภทที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงเเละอยู่ในกลุ่มประเภท ธัญพืช มีไฟเบอร์สูง หรือเป็นกลุ่มคาร์โบไฮเดรตที่ดี เวลานี้ถือว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะทานเลยทีเดียว เพราะร่างกายจะทำการดูดซึมสารอาหารและเเปรรูปคาร์โบไฮเดรตได้เร็วกว่าปรกติ เเต่ถ้าหากคุณเป็นนักกินแล้วล่ะก็ เเนะนำว่าพยายามอย่าตามใจปากหาของทานจนเกินความจำเป็นเป็นเด็ดขาด

โปรตีน (Protein)

          ในขณะที่เราทราบแล้วว่าคาร์โบไฮเดรตมีความจะเป็น โปรตีนก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญเช่นกัน เราควรเลือกแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงเข้าไปในมื้ออาหารเเละของว่างหลังออกกำลังกายของเราเช่นกัน โปรตีนที่มีประโยชน์เหล่านี้จะช่วยลดการสึกหรอของเนื้อเยื่อภายในกล้ามเนื้อที่เกิดจากการใช้งาน และ เป็นขุมพลังงานในการเริ่มต้นในการสร้างเสริมและซ่อมเเซมกล้ามเนื้ออีกด้วย ร่างกายจะดึงโปรตีนมาเป็นพลังงานจากสิ่งที่เราทานเข้าไปหลังออกกำลังกายประมาณ 25 % นั้นหมายถึงประมาณ 10-15 กรัมสำหรับคนทั่วไป

ไขมัน (Fat)
          ไขมันไม่ค่อยมีความจำเป็นมากนักหลังจากกการออกกำลังกายและการฟื้นฟูสภาพร่างกาย นอกจากนี้การรับประทานไขมันมากๆหลังการออกกำลังกายนั้นไม่เป็นผลดีกับการลดน้ำหนัก และทำให้ความพยายามการออกกำลังกายสูญเปล่า เพราะหลังจากออกกำลังกายเสร็จร่างกายเรามีความต้องการไขมันเพียง 15% หรือน้อยกว่านั้น หรือประมาณไม่ถึง 10 กรัมเท่านั้นเอง

แล้วควรทานเมื่อไหร่หลังจากออกกำลังกาย

          ช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการทานอาหารหลังการออกกำลังกายคือ ควรทานหลังจากออกกำลังกายไปแล้ว 30 นาที - 2 ชม. และเมื่อร่างกายของเราพร้อมและเติมพลังงานจนเต็มเเล้วเราก็สามารถเตรียมตัวสำหรับการออกกำลังครั้งต่อไปได้เลย เเต่ถ้าหากคุณยังไม่หิว ยังไม่อยากจะทานอาหาร หรือหาโอกาสที่จะทานอาหารได้ ตามกรอบเวลาที่เเนะนำ ก็ไม่ต้องกังวลไปครับ เพราะร่างกายของคุณยัง สามารถทดเเทนพลังงานให้กับกล้ามเนื้อไปได้อีก 24 ชม ตราบใดที่คุณยังรับประทานอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการของระดับการทำกิจกรรม ถ้าเป็นไปได้ลองหาขนมขบเคี้ยวมื้อเล็กๆหรือจะเป็นน้ำผักผลไม้ปั่น ช็อคโกเเลตชิ้นเล็กๆ หรือจะเป็น เอนเนอจี้บาร์ ที่มีประโยชน์ ให้ปริมาณโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตที่เหมาะสม ทานหลังการออกกำลังกายให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ก็จะดีครับ