13 กุมภาพันธ์ 2555
ความสำคัญของอัตราการเต้นของหัวใจขณะออกกำลังกาย
เราทุกคนทราบดี ว่าการออกกำลังกายมีประโยชน์และดีกับสุขภาพ ร่างกาย นอกจากนี้การออกกำลังกายยังทำให้หัวใจแข็งแรงขึ้น ทำงานได้ดีขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งช่วยเผาผลาญไขมันและกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต เวลาที่เราเครียด การออกกำลังกายยังช่วยผ่อนคลายได้อีกด้วย แต่ในชีวิตประจำวันของเราที่เต็มไปด้วยกิจกรรมต่างๆมากมาย ทำให้บางคนเห็นว่าเป็นเรื่องยากที่จะออกกำลังกายให้ได้ประโยชน์สูงสุด และบางครั้งทำให้บางคนนำมันมาเป็นข้ออ้างที่จะไม่ไปออกกำลังกาย
การออกกำลังกายแบบ Cardiovascular ในระดับที่เหมาะสมเป็นเรื่องสำคัญมาก เมื่อเราเล่นหนักเกินไป ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บหรือเหนื่อยมากจนทำให้คุณรู้สึกหมดสนุกจากการออกกำลังกาย ในทางกลับกัน ถ้าคุณออกกำลังกายเบาเกินไป ก็อาจไม่เกิดประโยชน์เท่าที่ควร การวัดอัตราการเต้นของหัวใจขณะออกกำลังกาย จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ข้อมูลของ American College of Sports Medicine บอกไว้ว่าให้ใช้สูตรคำนวณได้โดยการเอา 220 ลบอายุ ก็จะได้อัตราการเต้นหัวใจที่สูงที่สุดที่เป็นไปได้ใน 1 นาที ส่วนขอบเขตที่เหมาะสม ได้จากการเอา 0.55 คูณเลขที่ได้ เป็นค่าต่ำสุด และเอา 0.9 คูณ เป็นค่าสูงสุด เช่น ถ้าคุณอายุ 35 ปี อัตราการเต้นหัวใจที่สูงที่สุดคือ 220 - 35 = 185 ครั้ง/นาที เพราะฉะนั้นเราจะได้ลิมิตของอัตราการเต้นหัวใจที่ควรจะเป็นอยู่ในช่วง 102 (0.55 x 185) ถึง 166 (0.9 x 185) ครั้ง/นาที
ดร.เจมส์ สกินเนอร์ จากมหาวิทยาลัยอินเดียน่า กล่าวไว้ว่า การออกกำลังกายในช่วงอัตราการเต้นของหัวใจขณะออกกำลังกายที่เหมาะสม ทำให้เราออกกำลังกายได้นานขึ้นและให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลดน้ำหนักหรือเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการทำงานของหัวใจ
ถ้าหากคุณเป็นคนที่ไม่ได้ไปออกกำลังกายเป็นประจำหรือเว้นการออกกำลังกายไปนานๆ อัตราการเต้นหัวใจที่ 55 % ก็ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี แต่ถ้าคุณออกกำลังกายเป็นประจำ 70 - 85 % จะเป็นตัวเลขที่เหมาะสม และควรออกกำลังกายให้ได้ประมาณ 20 -60 นาที ตามแต่สภาพร่างกายจะเอื้ออำนวย
การวัดอัตราการเต้นของหัวใจทำได้หลายแบบ ตั้งแต่การจับชีพจรด้วยตัวเอง หรือตามเครื่องออกกำลังกายต่างๆ ที่มีตัวเซ็นเซอร์ให้จับ การจับชพจรทำได้ด้วยการใช้สองนิ้วจับที่เส้นเลือดที่คอมือหรือต้นคอ จับไว้ประมาณ 10 วินาที แล้วคูณด้วย 6 จะได้อัตราการเต้นหัวใจใน 1 นาที การคาดสายวัดไว้ที่หน้าอก เช่น Polar Chest Strap ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการวัดอัตราการเต้นการเต้นหัวใจได้ โดยผลจะไปปรากฏที่หน้าจอ เป็นวิธีการที่ค่อนข้างเที่ยงตรงกว่า การวัดอัตราการเต้นหัวใจบนลู่วิ่งหรือเครื่องเดินอากาศทำได้ด้วยการจับ Sensor หรือใส่สายคาดหน้าอก แล้วผลจะไปแสดงบนหน้าจอ
เมื่อเรารู้อัตราการเต้นหัวใจ ต่อไปก็เป็นหน้าที่ของเราที่จะปรับระดับการออกกำลังกายให้มากขึ้นหรือน้อยลง เพื่อให้เท่ากับช่วงการเต้นหัวใจที่เหมาะสม เช่น การวิ่งให้เร็วขึ้นหรือช้าลง ปรับระดับความชันของลู่วิ่งให้มากขึ้นหรือน้อยลง เป็นต้น (อุปกรณ์บางตัวก็สามารถปรับอัตโนมัติได้เอง) ผลที่เกิดขึ้นจาการทำงานที่ดีขึ้นของหัวใจ ทำให้เรามีระบบไหลเวียนเลือดที่ดีขึ้นและสภาพความฟิตก็มากขึ้นด้วย
พอล ธอมป์สัน จาก รพ.ฮาร์ทฟอร์ด คอนเนคติกัต กล่าวว่าการออกกำลังกายแบบ Cardiovascular เป็นส่วนสำคัญของตารางการออกกำลังกายประจำวัน ถ้าคุณต้องการจะปรับปรุงระดับความฟิตและสุขภาพ แน่นอนว่าหัวใจของเราก็เป็นส่วนสำคัญและเป็นการประกันสุขภาพที่ดีที่สุด เมื่อเราจะออกกำลังกาย ควรเลือกการออกกำลังกายที่เราชอบ และถ้าเป็นใน Fitness จะให้ดีที่สุดคืออุปกรณ์ที่สามารถวัดอัตราการเต้นหัวใจที่ถูกต้องเที่ยงตรง เพื่อประสิทธิภาพและผลลัพธ์ที่เยี่ยมยอดหลังจากการออกกำลังกาย
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น